เล่า-เหล้า
posted on 12 Jun 2009 17:25 by rome in Write
เนื้อหาใน Entry นี้เหมาะสมกับครอบครัวบางครอบครัวเท่านั้น แต่ละครอบครัวมีวิธีการสอนลูกแตกต่างกันออกไป อย่าเอาวินิจฉัยของตัวเองตัดสินคนอื่น..
--------------------------------------------------------------
“ข้าพเจ้ามิได้ชมชอบในรสชาติสุรา แต่ข้าพเจ้าชอบบรรยากาศของการร่ำสุรา”
1.
"อันที่จริงเราไม่รู้แน่ว่าโกวเล้งท่านชอบบรรยากาศการดื่มจริงหรือไม่ แต่เรารู้ว่าก่อนถึงเเก่กรรมสามวัน ท่านเอาแต่ดื่มสุราจนกระทั่งสลบไป ภายหลังหมอวินิจฉัย.. เป็นโรคตับแข็งตาย"
2.
จบมัธยมปลายและเป็นอันแน่ชัดแล้วว่าจะเข้ากรุงเทพวันไหน ก่อนเดินทางสองเดือนนั่นคือครั้งแรกของชีวิตฉันที่ดื่มเหล้าเป็น
พ่อฉันยกขวดเหล้ามาตั้งไว้หนึ่งขวดพร้อมกับกล่าวประโยคข้างต้น ปิดท้ายด้วย "ผู้หญิงดื่มเหล้าไม่สวยงาม เมาแล้วอุบาทว์ตา"
ลุงฉันที่นิยมชมชอบโกวเล้งได้ยินเข้าก็เริ่มบรรเลงคำสอนต่อจากพ่อ
"แต่ถ้าเมาหลับไม่มีสติก็จะแย่ เพราะฉะนั้นควรหัดดื่มไว้นิดหน่อย จะได้ไม่ถูกมอม อย่าให้เป็นแบบละครโศกนาฏกรรมที่เริ่มต้นด้วยความหฤหรรย์ ท้ายสุดจบลงด้วยความโศก"
(ลุงฉันสอนภาษาไทย และฉันอยากรู้ว่าคนเรียนด้านภาษาไทยมามักเจ้าบทเจ้ากลอนอย่างนี้เสมอหรือไม่)
เออ ดื่มก็ดื่ม เมื่อดื่มได้แก้วเดียวก็รู้สึกไม่นิยมชมชอบ พ่อจึงบอกว่ามันมีวิธีดื่มที่เหมือนดื่ม พ่อฉันเป็นคนไม่ดื่มเหล้า แต่เวลาไปงานสังสรรค์กับเพื่อนก็จิบได้แบบเนียนๆ
ฉันรับกลยุทธ์ของพ่อเสร็จสรรพ เข้ากรุงเทพก็บินเดี่ยว บินกับเพื่อนกลุ่มโน้น กลุ่มนี้ สถานที่อโคจรทั้งหลายเข้าหมด ทำให้ค้นพบว่าบรรยากาศของการร่ำสุรานอกจากจะสนุกสนาน เฮฮา แต่ก็ทำให้ฉันเรียนรู้ว่าคำสอนของพ่อเป็นจริง
"หากคิดจะดื่ม ควรดื่มอย่างมีสติ และอย่าเมาเป็นดีที่สุด"
3.
คืนหนึ่งแถววังหิน.
"กินเหล้ากัน" เพื่อนฉันเริ่มประโยคง่ายๆ พร้อมนัดสถานที่เสร็จสรรพ
"เอาสิ" ฉันตอบตกลงง่ายๆ นัดเจอกิน ดื่ม ฟังเพลงไปเรื่อยจนกระทั่งเพื่อนขอตัวไปห้องน้ำที่อยู่ชั้นล่าง
ตุ๊บ! เพื่อนตกบันได แขนหัก ฉันก็หิ้วร่างเพื่อนไปโรงพยาบาลลาดพร้าว นั่งรอเพื่อนประกอบแขนเข้าเฝือกตอนตี 2.
คำคืนที่บางแสน.
"วันเกิดกูมาเที่ยวบางแสนเหอะ"
"ไปก็ไป" รวบรวมสมาชิกเสร็จสรรพก็ย้ายสถานที่ดื่ม จากกรุงเทพมุ่งสู่ทะเลบางแสน ไปถึงฝนตกปรอยๆ ทว่ามันก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด เพื่อนปูเสื่อริมทะเลกับแกล้มแถมพร้อม เริ่มสภาตอน 5 โมงเย็น ทุ่มหนึ่งน้ำทะเลก็เริ่มขึ้น พวกเราต่างลุกหอบหิ้วทั้งเสื่อทั้งเหล้าขึ้นฝั่งกะระยะสักหน่อยปูนั่งชนแก้วอีกรอบ
สามทุ่มน้ำก็ขึ้นอีก ต่างลุกหอบหิ้วทั้งเสื่อทั้งเหล้าขึ้นฝั่งอีกรอบกะระยะสักหน่อยปูนั่งชนแก้วอีกหน
สี่ทุ่มน้ำขึ้น ก็ลุกขึ้นอีก จากเหตุการณ์นี้ทำให้ฉันค้นพบว่าน้ำขึ้นน้ำลงเกิดจากแรงดึงดูดของดวงจันทร์จริงๆ ด้วย
เมื่อน้ำขึ้นเอาๆ ฉันกับเพื่อนก็ย้ายสถานที่ ไปนั่งดื่มบ้านเพื่อน
"บ้านแกอยู่ไหน" เพื่อนที่ขับรถถาม
"ตรงไปๆ เลี้ยวขวาแล้วก็เลี้ยวซ้าย เฮ้ยๆ เลี้ยวซ้ายอีก นี่แหละๆ บ้านกู"
ลงจากรถเสร็จสรรพ เพื่อนเจ้าของบ้านเดินไปใกล้ประตูรั้ว หมาวิ่งมาเห่า เพื่อนเดินถอยหลังกลับ
"โทษทีว่ะ กูเมา กูจำผิดบ้าน บ้านกูไม่เลี้ยงหมา"
ท้ายสุดขับรถหาร้านดื่มชา นั่งรอเพื่อนให้สร่างเมาชั่วโมงนึง ตีหนึ่งถึงได้รู้ว่าบ้านเพื่อนอยู่ส่วนไหนของบางแสน
แถวหอการค้า.
ไปงานวันเกิดพี่คนหนึ่งที่สนิทกัน พอดีเพื่อนที่ชื่อ "แฟน" พักอยู่แถวนั้นชวนเที่ยว เลยเอาว่ะ ไม่เคยมาเที่ยวแถวนี้ ไปซะหน่อย
หลังจากดื่มเสร็จสรรพ ก็มีพี่ชิ พี่ในกลุ่มสะกิดฉัน "เฮ้ยๆ รอดูกูนะ จะแสดงอะไรให้ดู" ว่าแล้วก็เดินส่ายก้นอาดๆ ไปยังโต๊ะข้างๆ
"เพ่ๆ ถีบกูหน่อย อยากโดนติง" ได้ยินแค่นั้นอ่ะ ฉันถลาไปหาพี่ชิทันที
"ขอโทษนะคะ พอดีเพื่อนเมา อย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมาเลยนะคะ" ขอโทษขอโพยแล้วก็ลากออกมาทันทีทันใด ขี้เกียจไปนั่งในโรงพยาบาลอีก
งานเดียวกัน.
เพื่อนชื่อดิว ไม่รู้ไปชอกช้ำอะไรมาจากไหน ถึงโต๊ะก็ดื่มเอา ดื่มเอา ขากลับก็กลับไม่ไหวกันล่ะ จึงพาไปพักฟื้นที่หอไอ้แฟน (ปกติพวกฉันเวลาไปดื่มไหนก็ไม่ค่อยกลับบ้านตัวเองนะ จะอาศัยพักฟื้นที่หอเพื่อน คอนโดเพื่อนละแวกร้านนั่นแหละ)
เมื่อพยุงเพื่อนดิวขึ้นห้อง จัดที่จัดทางให้เพื่อนดิวนอน ฉันกับเพื่อนที่มีสติกันอยู่นั่งคุยเรื่อยเปื่อย สักพักก็ได้ยินเสียง "อ๊อกๆ พลั๊กๆ" (ประมาณนี้แหละ) พวกฉันเหลือบไปยังที่มาของเสียง
มันกำลังจะอ้วก!!!
ชั่วขณะที่มึนงงอยู่นั้น ก็เห็นว่าเพื่อนมันก็ยังมีสติเอามือปิดปาก ทว่าไอ้สิ่งที่มันกิน มันดื่ม ไม่ว่าจะเป็นเศษอาหาร เม็ดข้าว น้ำเหล้า หยดย้อยพุ่งทะลักออกมาตามซอกนิ้วมือ ไหลผ่านแก้ม ผ่านคาง จนกระทั่งลงสู่หมอนใบสีขาว ความพยายามของมันไม่มีค่าก็คราวนี้ (ใครนึกภาพไม่ออกให้นึกถึงภาพลาวาทะลัก ภูเขาไฟระเบิดแทน-ใช้การได้เช่นกัน)
เพื่อนทุกคนต่างช็อกต่อภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะ "ไอ้แฟน" เจ้าของห้องที่นอกจากช็อกแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างในวันนี้คงจะเป็นฝันร้ายติดตา แต่จะเป็นเรื่องเล่าที่แสนจะขบขันและฮาเมื่อกาลเวลาผ่านไป
4.
“ฉันมิได้ชมชอบในรสชาติสุรา แต่ฉันชอบบรรยากาศของการร่ำสุรา”
เพื่อนโทรชวนจิบสุราอยู่ร่ำไป ฉันก็ไม่ค่อยปฏิเสธ ถึงไหนถึงกัน นั่งเนียนอยู่ใกล้ถังน้ำแข็ง คอยบริการเพื่อนฝูง เพื่อนหัวเราะ ฉันหัวเราะ เพื่อนดื่ม ฉันก็ดื่มน้ำเปล่าที่มีเหล้าเจือจางอยู่เล็กน้อย แก้วเดียว ยกทั้งคืน (เพื่อนเติม 10 หน ฉันหนเดียวก็ยังไม่หมด
)
ปล.
ความลับในการดื่ม เพื่อนรู้หมดก็วันนี้
ทำไมบ้านฉันสอนลูกแบบเนี้ย เคยคิดเหมือนกันนะ
อย่าลืมรดน้ำด้วย


#1 By redtear on 2009-06-12 18:01