ความในใจถึงอาจารย์ที่เคารพ
posted on 10 Jun 2009 00:12 by rome in Write
ใครเคยดูหนังเรื่อง Pi หรือ Good Will Hunting ไหม?


เรื่องราวของชายหนุ่มนักคณิตศาสตร์อัจฉริยะคนหนึ่ง ที่หมกมุ่นและพยายามจะถอดรหัสตัวเลขจนไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ชีวิตขับเคลื่อนไปได้บนกระดานดำหรือไม่ก็กระดาษ เพื่อค้นหาคำตอบที่สมบูรณ์
อาจารย์สอนฟิสิกส์ตอนมัธยมปลายฉันก็เป็นแบบนั้น, โดยเฉพาะอาจารย์สอนฟิสิกส์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
ตอนมัธยมปลาย ฉันค่อนข้างตั้งใจเรียนเนื่องจากเป็นเด็กในโครงการพิเศษเรียนแค่ 2 ปีก็มีสิทธิ Ent , ฉันหวังแค่ว่าเมื่อ Ent ติด ฉันจะอาศัยสิทธินี้ไปเนียนเที่ยวครึ่งปีแล้วกลับมาเรียน ม.6 ต่ออีกหน ถึงแม้จะหลุดโครงการก็ไม่เป็นไร ดังนั้นเรื่องเรียนตอน ม.4 ม.5 เกรดฉันค่อนข้างดีมาก
เมื่อกลับมา ฉันคิดว่าตัวเองตั้งใจเรียนอยู่ แต่ความรู้ตอน ม.4 ม.5 กลับไม่ได้ช่วยเลยสักนิด
ไม่รู้เรื่อง ยังไงก็ไม่รู้เรื่อง, ตราบใดที่อาจารย์ยังคงหันหลังให้ฉัน แล้วหันหน้าเข้ากระดานตลอดเวลาการสอน
ฟิสิกส์เป็นเรื่องของการวิเคราะห์-อาจารย์ท่านว่าไว้แบบนี้ แต่ถ้าหมกมุ่นวิเคราะห์โจทย์ไม่ค่อยสนใจนักเรียน นักเรียนจะเข้าใจหรือ? ฉันต้องตรัสรู้มันด้วยตัวเองหรือนี่!!!!
ท้ายสุดฉันจึงตัดปัญหาไปขอเรียนพิเศษกับอาจารย์สอนฟิสิกส์หลังเลิกเรียนทุกวัน
วันที่ไปเรียนวันแรก.
"เข้ามานั่งในบ้าน โต๊ะนี่ก็แล้วกัน เดี๋ยวขอไปเปลี่ยนหลอดไฟก่อน"
ฉันกับเพื่อนอีกคนยิ้มให้ลูกอาจารย์ที่นั่งทานขนมอยู่บนเก้าอี้ข้างๆ ลูกอาจารย์อายุประมาณ 6 ขวบน่ารักน่าชังเชียวล่ะ สักพักอาจารย์เดินมาบอกให้รออีกแป้บ ว่าแล้วแกก็คว้าเก้าอี้เพื่อที่ว่าจะเอาไปเป็นที่เหยียบในการเปลี่ยนหลอดไฟ
ตุ้บ!!!
ลูกแกหล่น
"โอ๊ะๆ พ่อลืมว่าหนูนั่งอยู่ ขอโทษทีลูก"
ลืม!!!
ทั้งๆ ที่เมื่อตอนฉันเดินเข้ามาอาจารย์เป็นคนอุ้มลูกมานั่งที่เก้าอี้ตัวนี้นี่นะ
หลังจากนั้น.
อาจารย์ขับมอเตอร์ไซต์ผ่านบ้าน
"ไปไหนคะอาจารย์"
"ไปตลาด"
ขากลับ
"อ้าว! รถเสียเหรอคะ ถึงได้เดินกลับ"
"โอ๊ะ ลืมไป นึกว่าเดินมา"
วันอาทิตย์เป็นวันที่ฉันไปสิงบ้านเพื่อน บ้านเพื่อนอยู่แถวถนนบายพาส ซึ่งเป็นเส้นหลักที่จะไปต่างอำเภอ มอเตอร์ไซต์คันหนึ่งขับผ่าน อาจารย์สอนฟิสิกส์นี่นา ซ้อนภรรยาไปด้วย
ขากลับพวกฉันกำลังสตาร์ทรถกลับบนริมถนน อาจารย์ขับผ่านมาเห็นเข้าจึงชะลอทักทาย
"อาจารย์ ไปไหนมาคะ"
"ไปเยี่ยมพ่อแม่"
"แล้วนี่แฟนอาจารย์ไม่กลับมาด้วยเหรอคะ อย่างนี้ก็ไม่ต้องเรียนวิชาภาษาไทยใช่ไหมคะ"
"มาสิ นี่ไง"
ว่าแล้วก็หันหลังไปมองภรรยา
"อ้าว เฮ้ย! อาจารย์ลืมเมียไว้ เดี๋ยวกลับไปรับก่อนนะ"
ว่าแล้วก็รีบขับกลับทางเดิม
หลายต่อหลายหนอาการลืมของอาจารย์แสดงออกมาค่อนข้างบ่อย แถมตอนเรียนก็ยังหมกมุ่นอยู่หน้ากระดานเช่นเดิม เสียงนักเรียนคุยกัน เล่นกัน ปากระดาษใส่กัน เบื้องหลังอาจารย์นี่ แกได้ยินหรือเปล่าฉันก็ไม่ทราบ
ณ. ตอนนั้นคิดอย่างเดียวเลยว่าคนที่เรียนทางฟิสิกส์มาต้องเป็นแบบนี้เหรอเนี่ย?
ด้วยความกลัวจะเอ๋อ ขี้ลืม หรืออะไรก็ตามแต่ ฉันจึงย้ายแผนเรียนทันใด มุ่งหน้าไปสายวิทย์-คณิตแทน
ทุกวันนี้, ฉันก็เข้าใจในเรื่องของการวิเคราะห์อะไรสักอย่างที่เพลิดเพลินและเพื่อพัฒนาของอาจารย์ในฐานะฟิสิกส์นะ, อย่างไรก็ตาม ฉันกลับเชื่อว่าการจะเป็นอาจารย์นี่ ท้ายสุดก็มีหน้าที่สอนให้ศิษย์เข้าใจ
จากใจนักเรียนฟิสิกส์คนหนึ่ง.
พอดีได้ข่าวอาจารย์เคมีป่วย แต่กลับนึกถึงอาจารย์สอนฟิสิกส์แทน
อ้อ! ถึงแม้ว่าจะจบมัธยมปลายด้วยสายวิทย์-คณิต ทว่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยฉันไม่เลือกเลยนะ อาจจะได้บัญชีอยู่บ้างเพราะโดยส่วนตัวแล้วฉันต้องจัดการบัญชีตัวเองให้เกิดประโยชน์สูงสุดในทุกๆด้านไม่ว่าจะเที่ยว กิน ซื้อของ และเก็บ

จนไม่สนใจสิ่งเร้ารอบข้าง มันจบเพียวคณิตมา
บางที่อาจจะใช้พลังสมองส่วนใหญ่ไปกะพลัง
ในการจินตนาการก็ได้ผมเชื่อว่าโลกเราพัฒนาด้วย
พลังของคนเหล่านี้
แต่ในมุมมองของเด็กๆเชื่อว่าอาจารย์ไม่ต้อง
เก่งแต่สอนเข้าใจนั่นแหละแจ่มสุด
#1 By XEGXEF on 2009-06-10 00:45