"หนี" นั้นสำคัญสุดใน 36 กลยุทธ์
posted on 05 Jun 2009 20:01 by rome in Write
1.
วันหนึ่งในฤดูหนาวหลายปีก่อน
"ไปเดินป่าที่เชียงรายกัน"
"เออๆ ไป ว่าแต่เดินป่าอย่างเดียวเหรอ"
"พอดีมีอาจารย์ในมหาวิทยาลัยจะไปเก็บข้อมูลพืชพันธ์ แล้วก็สำรวจวิถีชีวิตชาวบ้าน ขาดเหลืออะไร บางครั้งเราก็ช่วย อาจจะทำฝาย หรือไม่ก็สอนหนังสือเด็ก อาทิตย์หนึ่งแกว่างมั้ย"
"เออ ว่างๆ ไม่มีเรียนเหมือนกัน"
เดินทางถึงเชียงราย นับสมาชิกร่วมทางได้ 8 คน พวกเรานั่งรถกะบะจนกระทั่งถึงตีนเขา
"เดี๋ยวอาจารย์เอารถไปฝากไว้ก่อนนะ เดี๋ยวเราจะเดินไป"
เดินกินลมชมวิวรอจนกระทั่งอาจารย์เดินกลับมา
"หมู่บ้านที่ว่าอยู่ตรงไหนคะ" ใครบางคนถาม
"โน่น... " อาจารย์ชี้ไปยังเทือกเขาลูกหนึ่งที่อยู่ไกลลิบๆ ฉันปลายตาตามมือแล้วตกใจ
"อาจารย์ มันต้องเดินผ่านเขากี่ลูกคะ"
"ไม่สามก็ห้านี่แหละ จำไม่ได้"
"เอาล่ะสิ กว่าจะถึงหมู่บ้านต้องใช้เวลากี่ชั่วโมงล่ะนี่" ฉันคิด
เดินไปเรื่อยๆ "เดี๋ยวก็ถึง" "เดี๋ยวก็ถึง" ออกจากปากอาจารย์เป็นระยะๆ
พวกเราเดินตั้งแต่เก้าโมงกว่าๆ ถึงหมู่บ้านเกือบสี่โมงเย็น
เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เดินเท้าและเดินทางอย่างยาวนาน
ถึงที่หมายชาวบ้านตอนรับอย่างดี
วางแผนงานกันเสร็จสรรพก็เย็นเสียแล้ว
อาบน้ำอาบท่าชำระเหงื่อไคลในห้องน้ำ
ห้องน้ำมีเพียงสังกะสีล้อมรอบแถมโปรโมชั่นรูอีก 50 กว่ารู
ได้เพื่อนนี่แหละนั่งเฝ้า...
อาบไปมองท้องฟ้าไป ฟ้ายามเย็นบนเขาก็สวยดีนะ
ครั้นเสร็จชาวบ้านเรียกกินข้าวพร้อมกันทั้งหมู่บ้าน
เมื่ออาหารตั้งวางอยู่เบื้องหน้า ข้างๆ มีข้าวเหนียววางอยู่บนใบกล้วย
ฉันปั้นข้าวเหนียวให้ได้ที่ แล้วนำไปจิ้มกับข้าวที่ปรุงจากผักอะไรก็ไม่รู้
รู้แต่ว่ามันคาวคล้ายๆ กลิ่นเลือด
อาจารย์บอกว่ามันเป็นผักชนิดหนึ่ง กินได้
เพื่อนฉันกระซิบบอก "กินๆ ไปเหอะ.. เค้าอุตส่าห์ทำให้"
น้ำใจ น้ำใจ น้ำเอย.. น้ำใจ
ฉันทานเข้าไปคำหนึ่ง ชาวบ้านมองหน้าด้วยความคาดหวัง
ฉันและเพื่อนยิ้มๆ แล้วก็บอกไปว่า "อร่อยดีค่ะ"
หลังจากนั้นชาวบ้านก็ไม่ได้สนใจอะไร ต่างฝ่ายต่างนั่งคุยไปพลาง กินไปพลาง
ไม่มีใครสักคนสังเกตุว่า ฉันกินแต่ข้าวเหนียว!
รุ่งขึ้นอันดับแรกที่ฉันสำรวจคือเกลือ
ต้องหาเกลือให้เจอ.. เพื่อวันที่เหลือต่อไป
ขอบใจนะคะ.. ที่ยังมีเกลือหลงเหลือให้ฉันได้จิ้มทาน
(เจ็ดวันมีเพื่อนคนเดียวที่สังเกตุเห็นว่าฉันกินแค่ข้าวเหนียวจิ้มเกลือ)
2.
วันนี้เวลาประมาณ 13.00 น. กลางทุ่งนาละแวกบริเวณปริมณฑล
"นี่กระชายดำ นี่เถาวัลย์เปรียง นี่น้ำผึ้ง ส่วนนั่นเหล้าขาว"
"เอ่อ.. ค่ะ" (คิดในใจลุงแกจะทำยาสมุนไพรต้มเหรอว่ะ)
"ลุงจะตำแล้วบดๆ หนูไปดูไฟที่พี่เอ็งก่อหน่อยสิ"
"ค่ะ" (คิด-งานเสร็จแล้วก็อยากกลับบ้าน)
ฉันเดินมานั่งบริเวณกองไฟ หยิบใบไม้ กิ่งไม้แห้งโยนลงไปเรื่อยๆ สมองหาทางออกที่จะไม่กินสมุนไพรบ้านี่ เคยกินอยู่หนตอน ม. ปลายไปบ้านเพื่อนที่ต่างอำเภอ แค่จิบเดียวร้อนท้องมากๆ ไม่ไหว ไม่ชอบด้วย
เอาไงดี? สมองคิด สายตากวาดไปบริเวณรอบๆ
อ่า ฮะ ใช้ไอ้นี่ล่ะกัน!
ฉันลุกเดินไปขอหม้อจากพี่แล้วตรงดิ่งไปยังลำธาร ตักมันขึ้นมาแล้วก็จัดการต้ม ต้มเสร็จเอาไปใส่กระบอกไม้ไผ่ที่บรรดาลุงๆ แกแปลงมาเป็นที่ใส่น้ำดื่ม
พอถึงเวลาดื่ม น้ำใจลุงแกส่งมาให้ทั้งกระบอก ดื่มเรื่อยๆ ถ้ากระบอกเย็น ก็จะเอากระบอกไปลนไฟให้อุ่นๆ อีกรอบ ฉันรับแล้วก็เนียนแกล้งทำเป็นดื่ม เผลอปั้บแแอบสลับกับน้ำเปล่าที่ต้มเอาไว้ในประบอกไม้ไผ่ที่เอามาตั้งไว้รอข้างๆ
ระบบ "36 กลยุทธ์" ในตำราพิชัยซุนวูกล่าวว่า "หนี" คือสุดยอดกลยุทธ์
เพราะเป็นกลยุทธ์ที่ต้องระวังให้มากที่สุด การหลบ การหลีก การชิ่งในสิ่งที่เราไม่ชอบ ไม่เห็นด้วย ไม่ใช่สิ่งที่ผิด เราต้องตั้งหลักตั้งสติเพื่อที่จะรับมือกับมัน
ดังนั้นเรื่องนี้จึงสอนให้รู้ว่า... (เลียนแบบฟรีด้า 555)
เวลาเรามีน้ำใจกับใคร เขาก็จะให้ตอบกลับในรูปของสิ่งของที่เขามี ทีนี้วิถีชีวิตของคนไม่เหมือนกัน อันน้ำใจที่เขาให้นั้น หากเราปฏิเสธไม่ได้ก็จงหลีกเลี่ยงโดยใช้ทรัพยากรรอบข้างให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ปล.
- ฉันทานไม่ได้จริงๆ ผักมันเป็นสีเลือดช้ำๆ อ่ะ คาวมาก แล้วน้ำสมุนไพร่น่ะมันก็คือเหล้าต้มนั่นแหละ มันร้อนแรงเกิน ทานไม่ได้
- ไปช่วยงานคนอื่นได้ฝึกกลยุทธ์เลย

(แค่พิมพ์น้ำลายพุ่ง4ทิศเลยงะ )ฉันก็จะตั้งใจกินเหมือนกับที่ตั้งใจเดินมาเลยคะ
ตลกดี "หนี"
เรียนหรือทำงานอาไรเนี่ยครับ
ผมทำงานแต่หน้าคอมพิวเตอร์
#1 By Meng ♥ • ♫ • ♪• on 2009-06-05 20:14