แข่งกันขี้
posted on 02 Apr 2009 21:51 by rome in Write
เมื่อครั้งนั่งรถไปกาญจนบุรี หลังจากคุยเรื่องงานและสัพเพเหระ พวกเราก็หอบร่างขึ้นรถ ขึ้นปั๊บ เอื้อมมือเปิดวิทยุทันที ฟังคลื่นวิทยุชุมชนดีกว่า หมุนหาคลื่นไปมา จนกระทั่งได้ยินเสียงนี้
ขี้เร็ว เร็ว ครับ ก้อนสุดท้ายแล้วครับ
ขี้เร็ว เร็ว ครับ ขี้แล้วครับ ขี้แล้วครับ ขี้เสร็จแล้วครับ
และแล้ว ด.ช.แมน ก็เป็นผู้ชนะการแข่งขัน.. เย้
เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นมาอย่างตื่นเต้นประหนึ่งกำลังเชียร์ให้โรนัลลากเลื้อยไปทำประตูฝ่ายตรงข้าม
ฉันพูดขึ้นมา ด้วยความฉงน
"มันขี้แข่งกันหรือไงว่ะ? ให้เด็กขี้แข่งกันนี่นะ?"
สิ้นความสงสัย เสียงคำตอบก็ลอยออกมาจากลำโพง
"ตื่นเต้นมั้ยครับน้องแมน คี่กระดาษเสร็จเร็วที่สุดได้เป็นผู้ชนะเลิศ"
อ้อ! แข่งกันคลี่กระดาษ
ฟังไปเรื่อยๆ จนจบรายการก็จับประเด็นได้ว่ารายการนี้จัดกิจกรรมภายในชุมชน โดยให้ตัวแทนในโรงเรียนสองสามที่ละแวกนั้นมาแข่งขันกัน แข่งคลี่กระดาษหนังสือพิมพ์ที่โดนขยำเป็นก้อน 5 ก้อน..
เฮ้อ.. นึกว่าแข่งกันขี้ แหม.. ฟังจากวิทยุนี่นะ คำควบกล้ำ ล.ลิงก็ไม่มี มันชวนให้คิดจินตนาการเตลิดไปไกลน่ะสิ..
นั่งหัวเราะกับพี่ที่ทำงานด้วยกัน พลางเล่าให้พี่ๆ ฟังว่า ฉันเคยไปสอบผู้ประกาศข่าว ไม่ผ่านหรอก ได้แค่ 40 คะแนน ทั้งๆ ที่ก็ผ่านการอบรมผู้ประกาศที่ทางมหาวิทยาลัยจัดขึ้นมาด้วยคะแนน 80 คะแนน(นักข่าวตัวจริงมาให้คะแนนตอนอบรม)
เมื่อวันสอบมาถึง ก็ดุ่มๆ ไปคนเดียว มาดมั่น แต่ก็แอบตื่นเต้นนิดๆ เพราะทราบมาว่าคณะกรรมการมีอยู่ประมาณ 10 คน 10 คนเท่ากับมีหู 20 หูคอยฟังเสียงเรา-ประมาณว่าเสียงไม่ตรงตามหลักเสร็จแน่ๆ
ขณะรอคิวได้เจอกับลุงยาว อยุธยา จึงทักทายนิดหน่อย ลุงยาวแกเล่าว่าแกสอบมา 3 ครั้งแล้ว เอิ๊ก!!! เห็นลุงแกพูดชัดๆ ก็ยังตั้ง 3 รอบ แล้วฉันจะเหลือเรอะ
พอถึงคิวฉัน ฉันก็เดินเข้าไปเปิดประตูห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ประมาณ 1x3 เมตรได้มั้ง ภายในห้องมีแค่โต๊ะยาววางเบียดเหลือพื้นที่แค่พอให้ได้นั่ง บนโต๊ะมีไมค์โครโฟนกับกระดาษ A4 ซึ่งมีเนื้อหาของข่าวที่เราจะต้องอ่าน ม่านปิดรอบด้าน ใจฉันนี่สั่นตึก ตึก เหงื่อซึมออกมาตามรูขุมขนของร่างกาย ทั้งๆ ที่อากาศในห้องนั้นเย็นยะเยือก เย็นยังกับขั้วโลกเหนือ ยืนหันรีหันขวางจะทำอะไรก่อนดี สมองคิดเรื่อยเปื่อย นั่งแล้วอ่านเลยหรือ.. เอ๊ะ! หรือต้องรออีก 5 นาที.. หรือว่าจะเดินไปแง้มม่านเปิดออกเผื่อจะเห็นหน้าคณะกรรมการ กว่าจะรวบรวมสติมานั่งอ่านได้ ความมั่นใจก็ลดลงไปแล้ว 30% (-ไอ้บรรยากาศในห้องนั่นมันสามารถบั่นพลังงานคนที่เข้าไปได้มากกว่าร้อยคนแน่ๆ)
หลังสอบเสร็จฉันก็รับผลการไม่ผ่านอย่างรวดเร็ว

และถึงแม้จะไม่ผ่านฉันก็ไม่เสียใจมากมาย กลับคิดว่าดีเสียอีก
เพราะมันทำให้ฉันรู้ตัวเองว่าเป็นคนพูดคำควบกล้ำได้บ้างไม่ได้บ้าง ผันเสียงสระ พยัญชนะก็ไม่ตรง หยุดก็ผิดที่ ไม่กระชับจับใจความ ประมาณว่าต้องฝึกลมปราณช่วงท้อง เพราะเสียงที่ดีควรจะออกมาจากเชิงกรานช่วงท้อง หาใช่ลำคอไม่ การฝึกเสียงนี้ก็ต้องฝึกท้องประสานกับการหายใจ ท้องยุบหายใจออก ท้องป่องหายใจเข้า ฉันก็ลองฝึกอยู่ช่วงหนึ่ง ยุบ-ออก ป่อง-เข้า ทำได้แค่อาทิตย์เดียวเริ่มเบื่อ อีกทั้งฉันก็ไม่ได้อยากเป็นผู้ประกาศข่าวเท่าไหร่นัก แค่อยากลองเรียนรู้เฉยๆ ว่าเขาทำกันอย่างไร ก็คิดซะว่าฉันได้รู้และทำแล้วเท่านี้ก็พอใจ
หลังจากนั้นค่อนข้างเข้าใจเรื่องของภาษาไทยว่าเราควรจะฝึกและใช้ให้ชินไม่ว่าจะเป็นการเขียนหรือการอ่าน การเขียนถูกต้อง อ่านออกเสียงถูกต้อง จะทำให้ผู้รับสาร คนอ่าน คนฟังรับทราบความหมายที่เราสื่อได้โดยง่ายยิ่งขึ้น ไม่งั้นก็อาจจะเป็นเหมือนฉัน แข่งกันขี้
ปล. พรุ่งนี้หยุด ไปเดินเฉิดฉายที่งานหนังสือดีกว่า ปีนี้ได้แต่นั่งอ่านรีวิวหนังสือของคนที่ไปมาแล้ว จดโพยเรียบร้อยพรุ่งนี้ไปให้ สนพ. เชือด

#1 By มุมเล็กๆ ของญาดา on 2009-04-02 22:02