ฉันน่ะเป็นคนชอบเรื่องผี  คิดด้วยว่าผีน่ะมีจริง  ยิ่งฟังคนอื่นเล่าก็ยิ่งอยากเจอ  แต่ก็ไม่เคยเจอสักทีนอกจากในจอทีวีกับจอภาพยนต์  ผีที่โผล่แต่ละครั้งก็มักจะหน้าตาเละๆ  มีเลือดอาบหน้า  ดูสยดสยอง  ฉันก็หวังว่าถ้าเห็นจริงมันก็คงจะเป็นแบบนั้น 

แต่พอเอาเข้าจริง  ก็ไม่เคยเห็นอะไรแบบที่ตั้งใจไว้


1.

จำได้แม่น  ตอน ม. 5 พอเข้าบ้านหลังเลิกเรียนเจอโน๊ตแม่เขียนบอกไว้  ไปกินข้าวกันที่ร้านอาหารริมน้ำหกโมงเย็น  พอใกล้เวลานัดฉันก็ซิ่งมอเตอร์ไซต์ไปยังร้าน  การเดินทางไปยังร้านอาหารต้องขับเลียบเขื่อน  เจอลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่งยืนโบกมือหยอยๆ ฉันก็จอดรถ  แล้วก็ทักทายกันตามปกติ  สักพักก็ขอตัวไปหาแม่  ระหว่างทานข้าวก็คุยสัพเพเหระกับแม่  จนกระทั่งใกล้อิ่ม


ฉัน : แม่จะกลับบ้านพร้อมกันหรือเปล่า?  หรือว่าไปงานไหนต่อ?
แม่  : ว่าจะไปงานศพ  เออ  พี่น้องตายแล้วนะ

 
ฉัน : พี่น้องไหน?
แม่ : ลูกป้าติ่งไง


ฉัน : เฮ้ย  ตายได้ไง  อ้อมเพิ่งคุยกับพี่เค้าตอนมาหาแม่นี่เอง  แม่มั่วแล้ว
แม่  : ตายแล้วจริงๆ ตายตอนบ่ายสอง  มันซิ่งมอเตอร์ไซต์ชนกับรถกะบะตัวลอยเข้ากระจกรถตายคาที่  หน้าโรงพยาบาลเนี่ย


ฉัน  :  เมื่อกี้ก่อนมาหาแม่ไม่ถึง 10 นาทียังคุยอยู่เลย  จริงๆนะ  ไม่เชื่อหรอก
แม่  :  กินเสร็จ  ไปงานศพกัน


หลังจากนั้นแม่ก็พาไปงานศพ  พี่น้องตายแล้วจริงๆ  แล้วตอนหกโมงเย็นริมเขื่อนที่ฉันจอดรถคุยกันนั่น  คืออะไร?



2.

หลังจากตะลุยบ้านผีแต่ก็ไม่เคยเจอผี  เมื่อหมดหวังจากตรงนั้นฉันกับเพื่อนก็เริ่มตั้งวง  หุหุ  ตั้งวงจริงๆ ค่ะ  ตั้งวงดริ้ง  ดริ้งตามหอที่พักของเพื่อนที่อยู่ต่างมหาวิทยาลัย  ดริ้งเสร็จก็เดินเข้าไปนอนหอในและหอนอกละแวกมหาวิทยาลัยเหล่านั้น


และการแรดๆ แท่ดๆ ตามหอในและหอนอกมหาวิทยาลัยนี้  ทำให้เจอเรื่องแปลกประหลาดกว่าไปตะลุยบ้านผีเสียอีก

 


ที่แรก  มหาวิทยาลัยแถวศาลอาญา (ไปนึกเองก็แล้วกันว่า ม. ไหน)


หลัง ม. จะมีหอพักเยอะแยะเรียงราย  มีอยู่หอหนึ่งด้านล่างเป็นร้านขายของ  เพื่อนให้ฉันซื้อน้ำและน้ำแข็งขึ้นไป  ฉันก็ซื้อตามคำสั่ง  น้ำสองขวด  น้ำแข็งหนึ่งถุง  เมื่อซื้อเสร็จก็หิ้วขึ้นห้องเดินขึ้นบันไดชั้นสอง  เพื่อนก็จัดแจงเทน้ำแข็งใส่กะติก  ฉันก็เอาขวดน้ำออกจากถุง  ปรากฏว่าน้ำขวดหนึ่งมีอยู่ครึ่งขวด!!!  เกิดอะไรขึ้น?  


ตอนซื้อน่ะฉันก็ดูนะ  ว่ามันเต็มขวด  เพื่อนสามสี่คนมองหน้าฉันก็เล่าให้ฟังตามความจริง  แล้วพวกเราก็ไปพิสูจน์กัน


ลงมาซื้ออีกรอบ ขวดหนึ่งขวดเล็ก  ดูน้ำในขวด  เออ  เต็ม  จ่ายเงินเสร็จ  เดินออกมา  คิดในใจว่า  ถ้าใครแถวนี้หิวก็ดื่มเถอะ  ขวดนี้ซื้อให้ดื่ม  ดื่มให้หมดก็ได้  เดินไปเรื่อยเข้าตัวโถงบริเวณบันไดน้ำก็ยังอยู่  แต่พอเสร็จขึ้นไปขั้นที่เป็นมุมรอยต่อจะขึ้นชั้นสองน่ะ  น้ำลดฮวบหมดเลย !!!


และนั่นเป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าตื่นเต้นและกลัวดี

 

ที่สอง  วิทยาลัยคลอง 13


มีเพื่อนเรียนที่นี่  ชวนมาเที่ยว  ไอ้เราก็ไป  หลังจากเล่นกีฬาเสร็จ  ก็กลับเข้าไปบ้านเช่า  


บ้านเช่าของเพื่อนตั้งอยู่ในหมูบ้าน  จะเดินข้ามถนนใหญ่มาอีกฝั่งหนึ่ง  ตัวบ้านมีสองชั้น  ห้องแต่ละห้องเจ้าของจะแบ่งให้นักศึกษาเช่า  แต่ละห้องก็พอรู้จักมักคุ้นกัน  ช่วงนั้นปิดเทอม  ไม่ค่อยมีคนอยู่  นอกจากเพื่อนฉัน  ฉัน  และเพื่อนของเพื่อนอีก 2 คน  


หลังจากอาบน้ำเสร็จ  ฉันก็ขอนอนพักผ่อน  ก่อนจะนอนก็บอกเพื่อนว่าสักทุ่มหนึ่งค่อยมาปลุกมากินข้าว  เพื่อนก็เออ  เข้าใจ

นอนๆ อยู่  ก็มีคนมาปลุก  เขย่าๆ ตัว  ฉันก็งัวๆ เงียๆ  ไม่เอา ง่วง จะนอน  สักพักก็โดนสะกิดเท้า  ฉันก็สะบัด  อย่าเล่นเว้ย  จั๊กจี๊  กำลังจะหลับอีกรอบ  รู้สึกมีคนมายืนข้างๆ ตัว  ฉันก็มองปลายเท้า  จึงลืมตาตั้งใจจะต่อว่าเพื่อน


"จ๊ะเอ๋"  หญิงสาวผมสั้น  ร่างกายค่อนข้างผอม  ผิวขาว  ยืนฉีกยิ้มให้   
-ไม่รู้จัก  ใครว่ะ  ไม่ใช่เพื่อนฉัน- นั่นคือสิ่งแรกที่ฉันคิด


"เพื่อนเจเหรอ"  ฉันถามออกไป


"ไม่รู้สิ  เรารู้จักเจ  แต่เจไม่รู้จักเรา"
"งั้นก็ไปทักสิ  เจอยู่ข้างล่างมั้ง"


"อื้อ  เจอยู่ข้างล่าง  เราเห็นแล้ว  แต่เจไม่เห็นเรา"
"บ้าเปล่า  เดินไปหาก็เห็นกันแล้ว  ไอ้เจเพื่อนเราก็ไม่ได้ตาบอด"


"เจ  ไม่เห็นเราจริงๆ  เธอมาเล่นกับเรานะ  เราเหงา"
"ไม่อ่ะ  เราเหนื่อย  วันนี้มาถึงนี่ก็เล่นกีฬาเลย  เมื่อคืนก็ไม่ได้นอน  เพลีย"


"งั้นพรุ่งนี้มาเล่นด้วยกันหน่อยนะ  เราจะหาเกมมาเล่นด้วย"
"อื้อ  ไว้พรุ่งนี้เย็นๆ ละกัน"


ตกลงนัดเวลากันเสร็จสรรพ  เพื่อนใหม่ก็เดินเข้าไปยังห้องข้างๆ โดยทะลุกำแพง!!!!!!


"เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยย !!!"  ดังมากกกกกกกกกก
เพื่อนข้างล่างวิ่งขึ้นมา   


"มีอะไรว่ะ"  2 คนถามขึ้น
ฉันชี้ไปยังกำแพงที่เธอคนนั้นเดินเข้าไป  เพื่อนของเจคนหนึ่งมองตามแล้วพูดขึ้นมาว่า 

"อ๋อ  เค้าคงเหงา  ไม่มีอะไรหรอก  เค้ามาดี"


ฉันนอนกับเพื่อนคืนหนึ่งตื่นขึ้นมากลับบ้านเลย  ระหว่างทางก็คิดอยู่ว่าน่าจะอยู่ต่ออีกสักคืน  จะได้รู้ว่าเค้าชวนเล่นเกมอะไร  แต่ก็นะ  มีธุระด่วน  กลับไปเฝ้าบ้าน




ที่สาม  คอนโดC  วิทยาเขตศาลายา (ม.ไหนไปนึกเอาเอง)


ที่นี่ไม่มีอะไรมาก  นอกจากรำคาญเสียงร้องไห้ยามดึก  เสียงเดินไปเดินมา  ตีสามมั้ง  ฉันรำคาญมาก  เดินเปิดประตูห้องมา  เดินผ่านจุดเกิดเหตุ  เห็นผู้หญิงผมยาวคนหนึ่ง  นั่งชันเข่า  กอดเข่าร้องไห้สะอึกสะอื้น  


ฉันถาม  "เป็นไรมากป่ะ"
เธอ "เป็นดิ"


ฉัน : อกหัก  น้อยใจ  เกลียดแฟน  แล้วทำร้ายตัวเองนี่นะ
เธอ : ตอนนี้เกลียดตัวเอง


ฉัน : รู้จักปลง  ปล่อยวาง  จะได้ไปเกิดสักที  พรุ่งนี้จะกรวดน้ำไปให้  วันนี้ง่วงมาก  อย่าทำเสียงดังได้ไหม  มันนอนไม่ได้
เธอ : ทำไม่ได้  ชิน


ฉัน : ขอวันนี้วันเดียว  วันอื่นค่อยทำใหม่  ง่วงเว้ย  จะนอน  เพลีย  รู้อยู่ว่าตรูหลับยาก


ว่าแล้วก็เดินหนีมา  คิดในใจ  เป็นผีมาหลอกคนก็บาปจะตายอยู่แล้ว  ทำร้ายคนก็บาปเข้าไปอีก  อยากจะไปผุดไปเกิดคงยาก  คืนนี้ลองหลอกกูดิ   กูจะไม่กรวดน้ำให้เลย
ปิดห้องปั๊บ  ล้มตัวลงนอน  คืนนั้นไม่ได้ยินเสียงอะไรอีก  ตื่นเช้ามาไปวัด  ทำบุญๆ


ปล. ผู้หญิงคนนี้สวยนะ  น่าตาน่ารักดี  แต่ดูแล้วเป็นคนขี้หึง




ที่สี่  มหาวิทยาลัยย่านบางแสน


ที่นี่แหละ  เป็นที่ทำให้ฉันเลิกแสวงหาผี  และรู้สึกรำคาญกับมันมาก  เพราะอะไรน่ะเหรอ  มาอ่านกัน


หอในที่นี่ห้องหนึ่งจะมี 4 เตียง  อยู่กัน 4 คน  และแต่ละคนจะไม่ค่อยสนิทกัน  เพราะเรียนต่างคณะ  อีกทั้งช่วงปีหนึ่งเข้าไปใหม่ๆ ไม่ค่อยจะได้เจอกันอยู่แล้ว  วันหนึ่งเพื่อนที่เรียนที่นี่โทรมาหาฉัน  ไปเที่ยวๆ  เล่นน้ำเว้ย  และแวะมาช่วยทำงานหน่อยดิ  ที่ห้องไม่มีคนอยู่  ฉันก็ตกปากรับคำจะไป  ไปถึงขออนุญาติเข้าไปนอนเสร็จ  ก็สังเกตุว่ามีอยู่เตียงหนึ่งพระเต็มเตียงเลย  อีกเตียงไม่มีร่องรอยของการนอน  นั่นหมายถึงไม่มีคนใช้  ฉันจึงถามเพื่อน


ฉัน : เฮ้ย! ห้องนี้อยู่กันกี่คน
เพื่อน : ปกติสี่คน  แต่อยู่จริงสาม  อีกคนเคยเห็นหน้าแค่อาทิตย์เดียว  หลังจากนั้นไม่เห็นอีกเลย


ฉัน  : แล้วกูมานอนนี่  เค้าไม่ว่าเหรอ
เพื่อน  : ไม่หรอก  ตามสบาย  อยู่ไปก่อนนะ  เดี๋ยวไปเอาของที่คณะก่อน  


ฉัน  :  เออ  ตามสบาย


พอเพื่อนไป  ฉันก็เปิดทีวีดู  มีตลกดูแล้วก็ไม่ค่อยขำ  แต่ก็มีเสียง  คิก คิก คิก  ฮ่าๆๆๆ  
(ตลกตรงไหนว่ะ  บ้าเปล่า--ฉันคิด)


คิดได้ดังนั้นก็ปิดทีวี  หันมานั่งอ่านหนังสือก็มีคนวิ่งผ่านวูบอยู่ด้านหลัง
(ไม่มีสมาธิเลย  ไม่อ่านมันแล้ว)


ฉันลุกไปเอาน้ำเปล่ามาดื่ม  
"เทน้ำแดงให้แก้วสิ  อยากกินน้ำหวาน"


ฉันหยิบแก้วใบหนึ่งเทน้ำแดงลงเกือบครึ่งแก้วผสมกับน้ำเปล่า
"หวานไป  มันไม่อร่อย  เทให้ใหม่สิ"
"ก็บอกเองว่าอยากกินน้ำหวาน"

(ฉันทำถูกใช่ไหม  น้ำหวานมันก็ต้องใส่หวานๆ สิ  เง้อ )



ฉันหยิบแก้วใบใหม่  จัดแจงเทใหม่
"ถามจริงเหอะ  เข้ามาได้ไงเนี่ย  พระก็มีอยู่  ใครเชิญ"
"ก็คนที่มีพระนั่นแหละ"


"อ้าว??"
"ก็เค้าอยากเจอ  แต่อยากเจอในฝันนะ  เค้าเชิญเราเข้าห้อง  เราก็เลยเข้ามาได้"


"......  ดีจัง"


ฉันนั่งฟังเพลง  ดูหนังไปเรื่อยๆ  จนกระทั่งเพื่อนกลับมา  กินข้าว  ดูหนัง  ทำงานจนถึงตีสาม  เริ่มล้มตัวลงเตียงนอนเพราะพรุ่งนี้ 8.30 น. ต้องตื่นขึ้นมาไปหาญาติที่บางแสน  ช่วงเคลิ้มๆ  เธอมาสะกิดๆ  แหย่หู  เล่นผม บางครั้งก็เหมือนเธอสะกิดเท้าเล่นจั๊กจี๋  บางครั้งเธอก็นอนข้างๆ แล้วเอาขามาก่าย  มีเสียงกรน  (ขาหนักมาก)  บางครั้งเธอก็กระแซะๆ จนฉันต้องขยับๆ ไปเกือบริมเตียง  ... ชักน่ารำคาญ  

"มึงลองกระแซะอีกทีดิ"



เธอเริ่มลองของ

เธอเริ่มกระแซะๆ  เบียดๆ  เหมือนจะดันฉันให้ตกเตียง  

ฉันไม่รอช้า  เล็งจังหวะให้เหมาะ 

ยกขาที่ถนัดยันความว่างเปล่าไปสุดแรง...  ตุ๊บ.

"โอ๊ยยยยย..  "



ฉัน: รำคาญเว้ย  คนจะนอน  ผีก็อยู่ส่วนผีสิ  น่ารำคาญ  เล่นรู้จักเวล่ำเวลาหน่อย  สาดดด...
"เชอะ  ไปเล่นที่อื่นก็ได้" (นั่นมีงอนด้วย)

 


ไอ้ที่เจอมาทั้งหมดฉันไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอะไรดี
รู้อย่างเดียวว่าอย่ามากวนฉันเวลานอน

มันน่ารำคาญ
เดี๋ยวจะแช่งไม่ให้ผุดไม่ให้เกิดซะเลย

 

ในชีวิตฉันมีอยู่สองอย่างที่ทำให้หงุดหงิดและโมโห  นั่นคือหิวแล้วไม่ได้กิน  ง่วงแล้วไม่ได้นอน  ถึงจะไม่พูด  ไม่บ่นอะไรก็เถอะ (ไอ้ที่ไม่บ่น  ไม่พูดก็เพราะกำลังหงุดหงิด  หุหุ)

 

 


ปล.

เอาจริงเหรอกอล์ฟ ขอแบบไม่น่ารำคาญน่ะ

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่านแบบข้ามๆ ปกติไม่ค่อยกลัว..แต่แอบขนลุกsad smile

#1 By wesong on 2009-03-13 22:51

อะจิงดิ Hot!
=_=

เฮ้ย...อัพตอนกลางคืน

แล้วเราเผลออ่าน...

อ๊าก !!! ไม่ๆๆๆๆ

#3 By sarinubia on 2009-03-13 22:57

อ่านไปสองเรื่อง..
ไม่ไหวแล้วนะค้า.. ขออ่านต่อพรุ่งนี้สว่างๆ ละกันนะ
sad smile

#4 By แอ้ on 2009-03-13 23:05

Hot!

กลัว

#5 By ONEWish on 2009-03-13 23:13

แหะๆ
ตั้งชื่อ "จุดๆ หนึ่งของความง่วง"ดีไหม?
เคยแบบง่วงมากๆ กันป่ะ แบบว่าคนเรามักจะมีจุดเดือดอะไรทำนองนั้นแหละsad smile

ใครเด็กแต่ละมหาวิทยาลัยน่าจะรู้ดีbig smile
sad smile

#8 By Arcobaleno on 2009-03-14 00:04

sad smile sad smile sad smile sad smile

#9 By ฟ้าบ่กั้น on 2009-03-14 00:43

เจอเยอะมากกกก
ผมเคยเจอตอนปั่นงานข้ามคืน
เลยตะโกนไล่ไป พอตื่นมาต้อง
รีบขอโทษขอโพย ตอนนั้นกะลัง
บูดเนาะ
ปล.เจอเยอะจริงๆนะเนี่ย

#10 By XEGXEF on 2009-03-14 01:12

ดีนะที่อ่านตอนกลางวัน
น่ากลัว


#11 By riddler on 2009-03-14 07:18

อ่า...sad smile เรื่องผีอีกแล้วอะ..

อุ อุ อุ กลัวอะ...sad smile

#12 By กวางน้อย... on 2009-03-14 09:57

รับรองชัวร์...ไม่น่ารำคาญแน่ ๆ
เพราะกูเจอ..ผู้ชายนุ่งผ้าแดง..
ตัวดำ ๆ ยืนข้างเตียงคนไข้กู...
คิดว่าคงไม่ใช่ผีธรรมดา ๆ ที่มึง
เคยเจออ่ะนะ...
แถวนี้เค้าเจอกันบ่อย...

บางทีเวลายุ่ง ๆ ยังมีพี่เค้าบอกเลย..ว่า
"ใครเหยียบตีนยมบาลวะ"
555+

#13 By bouaklee on 2009-03-14 10:21

สรุปว่าเจ๊มีเพื่อนต่างภพเพียบเลยนะนั่น
wink wink

#14 By |:| ShaKo |:| on 2009-03-14 12:22

เดินเข้าวัดเกือบไม่ได้ร้อนมากค่ะ... อิ อิ อิ แดดร้อน.. 555

#15 By กวางน้อย... on 2009-03-14 14:53

ดูดี มีแต่คนอยากเป็นเพื่อน

#16 By on 2009-03-14 16:55

หลายคนไม่เชื่อเรื่องผีสาง เทวดา มาร พรหม จนพาลไม่เชื่อคำสอนของพระศาสดา เพราะไม่เคยเจอกับตัว

#17 By mahaoath on 2009-03-14 17:48

entry นี้ขอผ่าน เห็นหัวเรื่องเเล้วไม่อยากอ่าน รีบscroll down ลงมาเมนท์เลย

กลัวนะsad smile

#18 By *HoLaSiStA* on 2009-03-15 10:49

หุย...จริงเหรอนี่..
เก่งจัง คุยได้หน้าตาเฉย เป็นผมหล่ะ ป่าราบ..

#19 By นาย ช บ า on 2009-03-15 15:56

เคยเล่นผีถ้วยแก้วตอนเด็ก ๆ ยังขนลุกไม่หาย

#20 By นาย ช บ า on 2009-03-15 15:57

แวะมาขำแบบผู้ร้ายในหนังไทยสมัยก่อนครับ

ถ้าผีมาตอนที่ผมเมาผมก็คงไม่วิ่งหนีเหมือนกัน (อย่ามากวนเวลาที่เมา ไม่ว่าผีหรือคุณ)

ปล.สถานที่และมหาวิทยาลัยที่กล่าวมาทั้งหมด (นึกไม่ออกจริงๆ ครับ 55+)

ปล.2 อย่าเจอผีทะเลนะครับ
น่ากลัวมากกกกกก

open-mounthed smile
ไม่ว่าผีหรือคน - ขอโทษครับ พิมพ์เร็วไปหน่อย
big smile
ไอ้เจ้าของกระทู้นี่ชัดเลย...

ว่ามึง..อ่ะ..หาคนคบไม่ได้..

ดีนะ..ที่กุคบมึงแบบผิวเผิน..

เลยอยู่รอดมาทุกวันนี้...

มึงคะ...เพื่อนเป็นคนไม่มีให้คบ

ชิมิคะ..ถึงได้สะแหล๋น..หาผี..

ไม่ต้องชวนกุไปรู้จักด้วยนะคะ..

กุเจอเยอะแล้ว..ขอบใจ..

อาทิตย์หน้าจะมาอัพเดตกระบี่ให้..อาทิตย์นี้กุยุ่ง...555+

#23 By bouaklee on 2009-03-15 19:37

ดีจังเลย เจอเยอะแยะ
ผมเองเคยเจอแค่ไม่กี่ครั้งเอง แต่ไม่เคยคุยกับผมเลยซักครั้ง

#24 By Life Goes On on 2009-03-15 21:31

เพื่อนเยอะจริงๆครับ

#25 By sansanae on 2009-03-19 17:01

น่ากัวอ่ะ

#26 By อาหารกล่อง (125.24.169.37) on 2009-03-24 20:37

หลังมีอีกหลายที่ที่ยังไม่ได้เล่านี่หว่า

#27 By เอี่ยว (124.122.181.166) on 2009-03-26 12:05