เสียงกรีดร้องยามค่ำคืน
posted on 12 Mar 2009 20:45 by rome in Write
เมื่อคืนวานดูละครหลังข่าว ค้นพบว่ามีแต่หนังผีเกือบทุกช่อง ไม่เป็นไรฉันชอบ
พอหนังผีจบตามต่อด้วยคนเล่าข่าว (ชื่อรายการว่าอะไรหว่า..ลืม) เรื่องอื่นก็งั้นๆ มาสะดุดหูเรื่องบ้านผีสิงกับเรื่องคนเห็นผีอะไรประมาณนี้ จึงคุยกับน้องเล่นๆ ว่า ผีมีจริงหรือเปล่าไม่รู้
รู้แต่ทางไปบ้านผีสิงสยองกว่ามาก อาทิเช่น
1. บ้านทรงสเปน ราม 32
เปลี่ยวก็เปลี่ยว รอบข้างมีแต่ป่า ต้นไม้ใหญ่สูงตั้งตระหง่านสองข้างทาง แรกเริ่มเดินทางถนนยังดี หลังๆ ก็เป็นลูกรัง ทางก็แคบลง แคบลง โค้งก็หลายโค้ง เจองูตัวใหญ่เลื้อยผ่านหน้ารถ แถมยังเจอช้างอีก(คนเลี้ยงช้างที่เดินในกทม.น่ะ) แถมบ้านแต่ละหลังละแวกนั้นอยู่ห่างไกลกัน พอขับถึงบ้านผีสิง ก็สุดทางป่าพอดี ดูๆ แล้วเหมาะสำหรับพวกโจรที่ชอบฆ่าข่มขืน แล้วเอาศพไปทิ้งที่นั่น
บริเวณบ้านชั้นแรก ถ้าเดินเข้าไปขวามือจะเป็นบันได ช่วงรอยต่อ(เค้าเรียกไรหว่า) ระหว่างชั้นหนึ่งกับชั้นสองน่ะ มันจะกว้างนั่งได้ แถมหลบมุม คนชอบนั่งกินเหล้าบริเวณนี้ ถ้าเดินเข้าไปข้างในหน่อยสุดทางก็จะพบกับชั้นใต้ดิน เหม็นมาก ไม่รู้ว่าเหม็นอะไร หนูตาย หรือศพที่ถูกนำมาทิ้ง ไม่กล้าลงไปดู จะขึ้นชั้นสองก็ไม่มีที่รองเท้าให้เดิน เพราะมันเหลือแต่โครงบ้าน
ส่วนผีน่ะเหรอ เหอๆ ไม่รู้ ทุกวันนี้ฉันยังไม่รู้เลยว่าที่ฉันเจอมันคืออะไร อยากรู้เหรอ อ่ะ เล่าก็ได้
ครั้นจอดรถเสร็จ ฉันกับเพื่อนฉันผู้หญิง 7 คน เพื่อนร่วมทางอีกคันเป็นน้องนักศึกษาที่เจอกันหน้าสถานีเดอะ ช็อค ผู้ชายประมาณ 7-8 คน ก็มองเห็นรถคันหนึ่งจอดอยู่ในบ้าน พวกฉันรวมแล้วเกือบๆ ยี่สิบคน ต่างช่วยกันสอดส่องไฟฉายไปทั่วบริเวณบ้าน ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเกิดขึ้น น้องผู้ชายเดินไปขย่มรถที่จอดอยู่ในบ้าน ทั้งเตะ ทั้งสำรวจเฉพาะรถ เปิด-ปิดประตูรถเสียงดังปังๆ แต่ก็ไม่มีใครเข้าไปมากกว่านั้นเพราะกลัวรถที่จอดไว้เป็นรถโจร จังหวะที่กำลังถอดใจเดินออกจากบ้านกำลังจะขึ้นรถกลับ จู่ๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่ง เดินออกมาหน้าบ้าน(มองไม่ออกว่ามาจากมุมไหน) ยืนกวักมือหยอยๆ พลางร้องเรียก
"น้อง มาดูผีเหรอ เข้ามาเลยๆ พวกพี่นั่งกินเหล้าอยู่มุมนี้" ว่าแล้วพี่แกก็ชี้มือไปยังบริเวณมุมบันได
พวกฉันเดินเข้าไปหา สายตามองตามมือ พบว่ามีผู้ชายสามคนนั่งมองแก้วเหล้าอยู่ นั่งทำอะไรก็ไม่รู้ ก้มหน้าก้มตาอยู่ได้ บรรดาน้องผู้ชายมองหน้ากัน พวกผู้หญิงก็มองหน้าผู้ชายหวังจะถามว่า "มีอะไร" แต่ก็ไม่กล้า เอาไว้พูดกันทีหลัง
น้องผู้ชายต่างเดินเป็นทัพหน้า
"หวัดดีครับ พี่มานั่งนานแล้วเหรอครับ"
"ครับ ตามสบายน้อง สำรวจผีตามสบาย พี่นั่งดื่มนานแล้วไม่เห็นมีอะไรเลย"
หลังจากนั้นพวกฉันก็เริ่มเดินรอบๆ บริเวณด้านล่าง น้องผู้ชายสองสามคนและเพื่อนผู้หญิงของฉันอีกสองคนก็ยืนคุยกับพี่เค้า ขณะที่ฉันกำลังจะเดินถึงห้องใต้ดิน เพื่อนก็เดินมาข้างหลัง ตะโกนเรียกเบาๆ กลับๆ เฮ้ย กลับกัน ฉันมองหน้าเพื่อนเห็นเพื่อนทำหน้าแบบว่าเราต้องกลับตอนนี้ ฉันก็รีบออกมาจากบ้าน เมื่อมาถึงถนนใหญ่ ก็เลยถามว่าเกิดอะไรขึ้น พวกผู้ชายไม่พูดอะไร ชวนขับไปดูต่ออีกที่ ส่วนฉันกับเพื่อนผู้หญิงต่างก็ตกลงกันไว้ก่อนแล้วว่าไม่ว่าจะเจออะไรเราค่อยกลับไปคุยกันที่บ้าน หลังจากนั้นก็ขับรถไปดูผีต่อที่ ถ. พัฒนาการ โรงงานปากกา
เมื่อถึงบ้าน เพื่อนเล่าว่าผู้ชายคนนั้นยื่นแก้วให้ดื่ม แต่ละคนก็ดื่มกัน แล้วพี่ผู้ชายคนนั้นก็แสยะยิ้ม เพื่อนจะอ้วกแต่ก็อ้วกออกมาไม่ได้ต้องกล้ำกลืน เพราะน้ำที่ดื่ม มันคาวเลือด!!!
2. โรงงานปากกา ถนนพัฒนาการ
เส้นทางนี้ดีหน่อย ขับรถเข้าไม่ลำบากอะไร เพียงแต่ว่าสมัยก่อนทางเข้าโรงงานนี้มันต้องมุดเข้ารั้วด้านหลัง ต่อด้วยปีนแท็งค์น้ำซึ่งสูงมาก กว่าจะปีนได้ เหนื่อยสุดๆ พอปีนขึ้นฉันหันไปมองหน้าเพื่อน พลางถามว่า "แกจะไปจริงอ่ะ"
ไอ้ผีน่ะไม่กลัวนะ แต่ที่กลัวคือคน หรือถ้าเกิดอะไรขึ้น กว่ากูจะวิ่งออกจากบ้านได้ ไม่ตายก่อนเรอะ ดูทางเข้าสิ เฮ่อ
ตัวโรงงานไกลมาก ต้องวิ่งขึ้นวิ่งลงแท็งค์น้ำอันนี้
ขากลับถ้าเจออะไรน่าตื่นเต้น หากไม่ตายก็วิ่งกันป่าราบ ซึ่งฉันคิดว่าไม่น่าจะเหนื่อยอะไร เพราะพอถึงเวลานั้นสารอะดีนาลีนทั้งหลายคงหลั่งออกมาตอนตกใจช่วยให้มีพลังเหลือเฟือ
แต่ขาเข้าไปสำรวจนี่ดิ มันเหนื่อยนะ ถึงจะเป็นนักกีฬามาก่อนก็เหอะ ไอ้กระโดดแท็งค์น้ำสูงเกือบๆ 400 เมตรนี่ก็ไม่ไหว ฉันมันแค่นักวิ่งกับนักนาสไม่ใช่นักกระโดดสูง สรุปวันนี้ไปไม่ถึงโรงงานปากกา
3. หมู่บ้านร้างแถววัชรพล
ระหว่างขับรถไปเรื่อยๆ เจอสิบล้อวิ่งหลุนๆ มาหนึ่งคัน
"เฮ้ย!!" ทุกคนร้องออกมาพร้อมกันหมด
เพื่อนที่เป็นคนขับรถเหลือบมองแว้บหนึ่งแล้วพูดขึ้นว่า
"อย่าตกใจ กูว่าคนขับคงเตี้ยเหมือนกู พวกเราเลยเห็นว่ารถสิบล้อไม่มีคนขับ"
จังหวะสวน พวกเรามองไปยังที่นั่งคนขับ
"เออ จริงแฮะ ที่รถสิบล้อมีคนขับอยู่"
พอจะถึงหมูบ้านร้าง
โอ้ววววววววววว....
แว้นบอย สก็อยเกิร์ลเพียบ
โอ้ววววววววววว....
นับแล้วได้ร่วมห้าสิบกว่าคน
โอ้ววววววววววว....
มีสปาต้าด้วย
กลับเหอะเพื่อน ว่าแล้วก็พากันกลับบ้านนั่งเล่นไพ่ เอ้ย! ไม่ใช่ นั่งคำนวนคณิตศาสตร์
และหลังจากนั้นถ้ามีโอกาสว่างเมื่อไหร่พวกฉันก็พากันตะลุยบ้านผี สมุทรปราการ อู่รถเมล์สายหยุด บางครั้งเพื่อนที่บางแสนโทรมาบอกว่ามีบ้านผีที่ไหน พวกฉันก็ขับไปดู เพื่อนที่ปราจีน กาญฯ อยุธยา โทรมาพวกฉันไปหมด
จนกระทั่งให้บทสรุปในการตะลุยบ้านผีสิงได้ดังนี้
1. การตะลุยบ้านผีเสี่ยงต่อกระเบื้อง ไม้ และเหล็กบาดตีน ถึงแม้เราจะใส่รองเท้าก็เหอะ เพราะโดยปกติแล้วเรามักจะสวมใส่รองเท้าแตะให้สบายตีนไว้ก่อน
2. การตะลุยบ้านผีเสี่ยงต่องูกัดเท้าเป็นอย่างมาก
3. การตะลุยบ้านผีเสี่ยงต่อพวกโจรมิจฉาชีพทั้งหลาย เพราะเราไม่อาจทราบได้ว่าไอ้ที่เราเห็นน่ะคนหรือผี
4. การตะลุยบ้านผีเสี่ยงต่อการเมื่อยก้น เพราะบางครั้งไปกันเยอะ รถคันหนึ่งต้องอัด 7-8 คน พวกเราต้องนั่งอัดกันสองชั้น
5. การตะลุยบ้านผีเสี่ยงต่อหมามุ่ย ต้นไม้บริเวณรอบๆ คันก็คัน เกาไปทั้งตัว ทำให้เป็นรอยแดงเสียโฉมอีกต่างหาก
ด้วยความห่วงใยและปรารถนาดี สำหรับคนที่อยากลอง
กรุณาฝึกวิทยายุทธ์ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นมวย กังฟู คาราเต้ ดาบ การวิ่งที่ถูกต้อง
และตั้งสติก่อนสตาร์ทเพื่อเอาชีวิตให้รอด
หมายเหตุ
เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ช่วงนั้นกำลังเรียนมหาวิทยาลัยวัยรุ่นพลังเยอะ

หรือว่าเลือด คน หรือผี แต่ตื่นเต้นดีครับ..
#1 By dowrun happy on 2009-03-12 21:12