ทำร้ายกันไม่รู้ตัว

posted on 19 Feb 2009 18:31 by rome  in Write

 

๑.

"ไม่อยากกลับบ้านเลย"
"ทำไมล่ะ"


"เบื่อ  พ่อไม่อยู่  แม่ก็บ่น พอพ่ออยู่  แม่ก็บ่น  น่าเบื่อ"  
"คิดซะว่าแกแก่แล้ว  บ่นพร่ำรำพึงไปงั้นแหละ  ไม่ต้องไปสนใจ  ทำหูทวนลมก็ได้"


"ทำไม่ได้ว่ะ  บ่นก็คือบ่น  นอกจากเสียงที่ตามหลอกหลอนอยู่ในหูแล้ว  วันดีคืนดีแกมาบ่นที่ห้องเลย  เรียนก็เรียนให้แล้ว  พยายามเต็มที่แล้ว  เกรดได้สองบ้าง  สามบ้าง  แต่ก็ไม่ได้สี่เหมือนข้างบ้านเขา  ไม่รู้จะเปรียบเทียบอะไรนักหนา  น่ารำคาญ"


นานแล้วที่ฉันเคยคุยกับเพื่อนคนหนึ่งถึงสาเหตุที่อยู่คนเดียว แล้วติดยา  กว่าจะเลิกได้ก็ใช้ใจเข้าสู้กับความอยากเกือบปี และโชคยังดีที่มีดนตรีช่วยชีวิต




๒.

บนรถเมล์


"ผลั้วะ  ป้าบบบบบๆๆๆๆ..."
"โอ้ยยยยยยยย..  แม่ตีหนูทำไม  ฮือๆๆๆๆ"


ทุกคนที่อยู่รอบๆ มองมายังผู้หญิงคนหนึ่งที่จู่ๆ กระทำการตีลูกของตัวเอง  หลังจากทุกคนบนรถส่งสายตาพิฆาต  รวมทั้งประณาม  ผู้หญิงคนนั้นสงบสติอารมณ์ได้ก็ค่อยจับลูกมาไว้บนตักแล้วปลอบขวัญลูก


เมื่อผู้หญิงคนนั้นลงจากรถ  คนที่นั่งข้างกับผู้หญิงคนนั้นเล่าว่าจู่ๆ พี่แกก็ตีลูก  หยิกลูกอย่างไม่มีเหตุผล  แล้วทั้งรถก็ด่าผู้หญิงคนนั้นตลอดทาง  ฉันก็แอบเนียนไปด้วย  พร้อมทั้งคิดต่ออีกว่าผู้หญิงคนนั้นคงจะเป็นโรคจิตชนิดหนึ่ง  แล้วอนาคตของเด็กคนนั้นจะเป็นอย่างไร? 




๓.

ยามเช้าที่ออฟฟิช  คุยกับน้องที่สนิทกัน  ฉันลืมไปแล้วว่าเราเริ่มต้นจากตรงไหน    


"ถามจริงเหอะ  แกถูกเลี้ยงมายังไงเนี่ย?"
"ถูกเลี้ยงมาอย่างลูกคนกลางไงพี่  ไม่มีใครสนใจ"


"อืม   ก็พอเข้าใจนะว่าคนกลางถูกเลี้ยงมายังไง แต่เค้าไม่สนใจขนาดไหนว่ะ"
"ก่อนโรงเรียนเปิด  มีอยู่วันนึง  ไปซื้อชุดนักเรียนกัน  มีพ่อ  แม่  หนู  แล้วก็พี่สาวกับน้องสาว  เค้าซื้อรองเท้ากันเสร็จ  แล้วก็เดินออกจากร้าน  พอเดินออก  หนูก็สะกิดว่าหนูยังไม่ได้รองเท้าเลย  พ่ออุทาน  โอ๊ะ  ลืม  แม่มองหน้าแล้วพูดว่า  ลืม  แต่ไม่เป็นไร  ไปใช้ของเก่าของพี่สาวก็แล้วกัน  วันที่ไปซื้อชุดนักเรียนก็เช่นกัน  ช่วงนั้นหนูคิดเลยว่าหนูเป็นลูกเค้าหรือเปล่า  แล้วพี่ล่ะเคยมีช่วงเวลาที่คิดบ้างไหมว่าเราไม่ใช่ลูก"


"เอ่อ  เคยคิดเหมือนกันเวลาแม่ด่ามากๆ"
"ใครว่าบ้านอุ่นใจ  เป็นที่พึงพิง  อยากจะกลับบ้าน  เชื่อมั้ยพี่  ทุกวันนี้หนูทำงานแล้ว  ยังไม่เคยคิดที่จะอยากกลับบ้านเลย"


"เฮ้ย  ไม่ได้แช่งนะ  ถ้าหากว่าพ่อแม่แกแก่แล้ว  ป่วยไข้  ไม่สบายเข้าโรงพยาบาล  เราก็ต้องกลับไปดูแลถูกไหม?"
"พี่  หนูเข้าใจเค้านะ  รักเค้า  ดูแลเค้าได้  หนูเคยกลับบ้านทุกวัน  ดูแลเค้าทุกวัน  แต่พี่เชื่อมั้ย  เค้าก็ยังสรรหาเรื่องมาด่าหนู  ขุดเรื่องอดีตมาด่าหนูทุกวัน  สุขภาพจิตหนูเสียสุดๆ  ทุกวันนี้สิ่งที่ทำได้คือกลับไปนอนบ้านช่วงวันหยุด"




๔.

ขณะกลับบ้าน  เพื่อนคนหนึ่งโทรมา

"เดี๋ยวกูจะไปรับหลานมาเลี้ยง  พ่อแม่มันไม่เคยสนใจ"
"มึงรักเด็กหรือเปล่า"

"รักสิ  เพราะเลี้ยงตั้งแต่เด็ก  พ่อแม่มันเคยสนใจอะไรนอกจากตัวเอง  เปิดร้านขายข้าว  แต่ไม่ให้ข้าวลูกกิน  ได้เงินมาก็ไปซื้อของใช้ส่วนตัว  มือถือ  เสื้อผ้า  แล้วก็มาขอเงินกูไปซื้อเสื้อนักเรียน  สมุดหนังสือให้ลูกทีหลัง  ถึงจะไม่พร้อมด้านเงินและเวลาก็ต้องไปขอมาเป็นลูกบุญธรรมให้ได้  เรื่องพวกนี้พวกแกช่วยได้ไหม?"
"เออ  ไม่เป็นไร  ถึงกูจะไม่ชอบเด็กมากเท่าไหร่  แต่ก็ไม่ได้เกลียดมากนัก  ช่วงเย็นจะไปดูแลให้  ใครว่างก็ไป  สลับกันไปดูแล  ไม่อยากหรอก  เด็กก็เรียน ป.4 แล้วก็น่าจะรู้ความแล้วล่ะ  แต่ลูกแกจะมีนิสัยอย่างไรนี่  ไม่รับประกันนา  ฮ่าๆๆ"

รับเป็นคุณแม่จำเป็นก็คราวนี้ล่ะ  




๕.

ใครผ่านมาอ่าน  
ก่อนจะมีลูกช่วยกลับมาอ่านอีกรอบด้วย
ก่อนที่เด็กจะพูดว่าไม่อยากกลับบ้าน
ก่อนที่เด็กจะพูดว่าบ้านเป็นที่ที่ไม่เคยเปลี่ยน  ไม่ปลอดภัยทั้งกาย ไม่ปลอดภัยทั้งใจ


"บ้านของหนูไม่น่าอยู่"

 

 

 

 

----------------------------------------------------------------------

 

ทุกอย่างเป็นข้อมูลที่เคยเห็นและหามา  ทำให้เกิดคำถามว่า

1. พ่อแม่พร้อมและรักเด็กไหมก่อนที่จะมีลูก

2. บอกได้เต็มปากเต็มคำไหม ว่าเค้าเลี้ยงเรา  ในเมื่อไม่ว่าจะเรียน  เสื้อผ้า  อาหาร  เกือบทุกอย่างบางครั้งเพื่อนบ้านช่วยเลี้ยงหรือไม่เด็กก็หาเอง  เด็กบางคนทำงานตั้งแต่ประถม  รับจ้างหาเงิน  วันดีคืนดี  พ่อขี้เมาก็มาเอาเงินลูกไป  แม่เล่นไพ่ก็ขโมยเงินลูกไปต่อยอด

 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เอาข้อมูลที่เคยหามา รวบรวมเขียนดู
ถูกค่ะbig smile

เพราะ

สังคมเปลี่ยน

คนเปลี่ยน

ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมค่ะ

#2 By กวางน้อย... on 2009-02-19 18:47

เอาน่า..ยังไงเค้าก็เลี้ยงเรามา
sad smile sad smile

#3 By ppangg on 2009-02-19 18:52

^๒ จริงๆ แล้วมันเป็นปัญหาของทุกยุคสมัยนะ เริ่มตั้งแต่มีโลกทุนนิยม เน้นวัตถุมากไป ไม่สร้างเสริมความสัมพันธ์ ดูจาก ad แฝงทั้งหลายก็ได้ค่ะ
โดยปกติ ฉันก็คิดว่าแม่ฉันน่ารักอยู่แล้วนะ
พออ่านเอนทรี่นี้แล้วยิ่งรู้สึกว่าโชคดีจังที่ได้เกิดเป็นลูกแม่ big smile

#5 By นกไร้ขา on 2009-02-19 19:29

อ่า...ความพร้อม สำคัญจริงๆ

#6 By (^_^)/nana on 2009-02-19 20:06

ไม่พร้อมจะมี...กับ
ความรับผิดชอบยังมีไม่พอ
comment ไปตั้งเย่อะ แล้ว error เสียดายจัง

เป็นแม่คนหนึ่งที่รักลูกมาก เคยเป็นลูกคนกลางที่คิดว่าไม่มีใครรัก

อ่านหนังสือการเลี้ยงลูกมาก็เย่อะแต่บ้างครั้งก็ไม่เหมือนที่เราอ่านในหนังสือ

บ่นมากก็ไม่กล้า กลัวลูกเบื่อ
ตีบ่อยก็ไม่ได้กลัวลูกไม่รัก
อยากได้อะไรพยายามให้ถ้าไม่มากจนเกินไปกลัวลูกไม่เข้าใจ
พยายามไม่รักใครมากกว่าใครกลัวลูกหาว่าลำเอียง

ยากเหมือนกันนะคะกับคนที่เป็นแม่
confused smile confused smile

#8 By dowrun happy on 2009-02-19 20:54

เป็นพ่อแม่คนมันยากกว่า
การทำลูกขึ้นมาสักคน ว่าไหม

เห็นหลายคนที่สักแต่ว่ามีลูก
แต่พอมีแล้วก็เลี้ยงไม่ดี ทิ้งขว้าง

ไอ้ตอนเกิดใหม่ๆก็เห่อกันดี
พอโตหน่อยก็เริ่มขี้เกียจเลี้ยง

หวังเหลือเกินว่า คนที่คิดจะมีลูก
จะต้องพร้อมดูแลเค้าให้เต็มที่
ถ้าไม่พร้อมจริงๆ อย่ามีดีกว่า

ความพร้อมไม่ได้แค่มีเงิน
แต่มันต้องพร้อมทุกด้านทั้งกายและใจ

ว่าแล้วก็สงสารเด็กแถวบ้าน
ที่เกิดมาทั้งๆที่พ่อแม่มันยังเลี้ยงตัวเองไม่ได้เลย เห้ออ


sad smile

#9 By *บลาสต์ on 2009-02-19 22:51

ได้ยินเรื่องนี้ทีไรเศร้าทุกทีครับ ทุนนิยมมีส่วน เห็นด้วยครับ ถึงเวลาต้องเปลี่ยนอะไรบางอย่างแล้วมั้งครับ พ่อแม่ครอบครัวสำคัญมาก โทษเด็กอย่างเดียวไม่ถูก เด็กโทษพ่อแม่อย่างเดียวไม่ใช่ ก่อนที่อะไรๆจะสายเกินแก้..

#10 By redtear on 2009-02-19 22:59

กว่าจะโตมาได้ไม่ง่ายเหมือนกันsad smile

#11 By wesong on 2009-02-19 23:01

ไม่นานมานี้ดูรายการนึง เขาบอกว่า การที่เด็กไม่ได้รับความรัก เด็กรู้สึกอย่างนั้น เขาถือว่าเป้นความจริงเพราะความรู้สึกมันไม่อาจโกหกกันได้ การที่พ่อแม่บอกว่าทำงานหาเงินให้ลูกเรียนนั่นก็ใช่ความรัก เข้าใจแต่วิธีการความรักมันไม่ได้แสดงออกมาไง คราวนี้ก็ต้องมาดูกับว่าจะแสดงว่าพ่อแม่นรักลูกให้เข้าใจได้อย่างไร

โดยไม่ใช่ให้แค่เงินอย่างเดียว

#12 By redtear on 2009-02-19 23:02

#12 นั่นต้องเป็นรายการตาสว่างของเมื่อสัปดาห์ก่อนแน่ๆเลยครับ

สำนึกของความเป็นครอบครัวคงต่างกันไปในแต่ละครอบครัวล่ะมั้งครับ เพราะคนที่อยากเจอพ่อแม่ที่ไม่ได้เลี้ยงดูเพื่อบวชหรือรับไปเลี้ยงดูก็มี อย่างที่เห็นในรายการวันนี้ที่รอคอย

#13 By Life Goes On on 2009-02-20 01:27

อาจจะเป็นบางครอบครัวเท่านั้นมั้งครับ แต่ว่าสำหรับพ่อแม่ที่ดุลูกแบบไม่มีเหตุผล อาจต้องถามลูกว่าที่ทำแบบนั้นเพราะอะไร ก่อนที่จะดู หรือ ตีลูก ถ้าลูกทำผิดจริง บางทีพ่อแม่ก็ต้องห้ามปราม

#14 By หนึ่ง on 2009-02-20 02:48

อาจจะเป็นบางครอบครัวเท่านั้นมั้งครับ แต่ว่าสำหรับพ่อแม่ที่ดุลูกแบบไม่มีเหตุผล อาจต้องถามลูกว่าที่ทำแบบนั้นเพราะอะไร ก่อนที่จะดู หรือ ตีลูก ถ้าลูกทำผิดจริง บางทีพ่อแม่ก็ต้องห้ามปราม

#15 By หนึ่ง on 2009-02-20 02:48

angry smileคนนึงแหละที่ไม่อยากกลับบ้าน เฮ้อออ...บ้านไม่ใช่ที่พักพิงจริงๆ พิงเสาไฟฟ้ายังอุ่นใจกว่าเลย

#16 By pui@phangan on 2009-02-20 11:11

แม่ข้างบ้านด่าลูก

"รู้ไม๊ว่าแกเกิดมาเนี่ย ฉันลำบากใจแค่ไหน"sad smile

#17 By on 2009-02-20 11:27

ผมว่าผมโชคดี


ครอบครัวผมอากาศดี ไม่หนาวหรือร้อน


แต่อบอุ่น กำลังดี ^^

#18 By sansanae on 2009-02-20 12:14

กรรมของเด็ก ส่งผลให้มาเกิดกับพ่อแม่อย่างนั้นเอง

#19 By mahaoath on 2009-02-20 14:05

แม่รังแกเป๋าตังค์หนู ตอนสิ้นเดือนประจำ

#20 By ญาณิพัชญ์ on 2009-02-20 16:49

ข้อมูลน่าสนใจดีนะฮับ
เคยได้ยินใครบางคนพูดไว้...
จริงๆเราน่าจะมีวิชา จิตวิทยาการเลี้ยงลูก เป็นหลักสูตรบังคับให้เด็กเรียนตั้งแต่ ม.ต้น นะ ให้รู้ว่า เลี้ยงแบบนี้ ส่งผลอะไรได้ เลี้ยงแบบนั้น มีผลยังไงบ้าง
...อาจมีประโยชน์กว่าการพยายามนั่งเลี้ยงวิชาการอย่างมากมายจนหักแตกก็ได้นะฮับนั่น... big smile

#21 By DDP on 2009-02-20 16:54

ตั้งใจมาตลอดว่า
จะไม่มีลูกค่ะ

เลี้ยงให้ดีไม่ได้ก็
อย่ามีดีกว่าembarrassed

#22 By Nong-Takrai on 2009-02-20 18:35

ความจริงในสังคมไทย ที่ระบบครอบครัว
ล่มสลาย

#23 By XEGXEF on 2009-02-20 19:29

อืม ๆ ๆ

ก็จริงนะคะ สำหรับบางครอบครัวก็เป็นอย่างนี้จริง ๆ
แต่บางครอบครัวก็มอบความรักให้กันจนเติมเต็ม...

ขึ้นอยู่กับอุปนิสัยส่วนตัวของพ่อกับแม่เอง...

รึบางที..
ก็อาจเป็นอิทธิพลมาจากต้นแบบ
ที่เคยถูกเลี้ยงดูมาเมื่อตอนเป็นเด็กก็ได้..

และคงมีหลายสาเหตุที่เป็นแรงผลักดันให้เกิดเรื่องราวต่าง ๆ ขึ้น

จะว่าไป...การดำเนินชีวิตของคนเรา
บางไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลยเน๊อะ...

เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นมาแล้ว
ถ้าพ่อแม่ลูก เปิดใจหันหน้ามาพูดคุยกัน
อาจจะดีขึ้นก็ได้นะคะ...
big smile big smile big smile big smile big smile