คืนไหนสักคืนแถวถนนรัชดา 
มีอาเจ๊คนหนึ่งไปหาเพื่อนที่โรงแรมเพื่อพบปะสังสรรค์และรับประทานอาหารแถวรัชดา 
เจ๊แกเป็นคนที่ชอบแต่งตัว  กระโปรงจะพริ้วๆ  สวมส้นสูงสัก 3 นิ้ว ถือกระเป๋าเดินเฉิดฉาย
หลังจากคุยกันสัพเพเหระเสร็จ  เจ๊แกก็เดินมาที่รถ  จังหวะที่จะเปิดประตูรถ
จู่ๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งวิ่งมาจากไหนไม่ทราบ  เข้ามากระชากกระเป๋าสะพาย
อารามเจ๊แกตกใจและฉันคาดว่าแกคงเสียดายกระเป๋า  แกจึงกระชากกลับกระทันหัน
เจ้าโจรคงตกใจไม่คิดว่าเจ๊แกจะสู้  แถมเห็นคนวิ่งมา เลยผลักอกเจ๊แล้ววิ่งหนีไป
และด้วยแรงกระชากของเจ๊ประกอบกับแรงผลักจากโจร
อีกทั้งรากฐานที่สวมส้นสูง 3 นิ้วนั้น เป็นผลทำให้เจ๊สะดุดซีเมนต์ล้มลง  หัวฟาดพื้น
หลับไม่ได้สติสามวัน
และวันนี้ก็ได้หมดลมหายใจไปเสียแล้ว

 


คืนไหนสักคืนถนนพระราม 2 ซอยพุทธบูชา
ป้าของเพื่อนกลับจากที่ทำงาน  นั่งมอเตอร์ไซต์รับจ้างเข้าบ้าน 
พอลงจากรถ  มีมอเตอร์ไซต์คันหนึ่งพุ่งเข้ามา
มือของคนซ้อยท้ายได้คว้าสร้อยคอทองคำจากคอหายไปพริบตาเดียว
ป้ายืนอึ้งที่หน้าบ้านของตัวเอง

 


คืนไหนสักคืนถนนกิ่งแก้ว
เพื่อนฉันปิดบ้านล็อกประตูเรียบร้อย 
ก่อนจะมองคอมพิวเตอร์ 8 ตัว เก้าอี้ โต๊ะ สิ่งของในร้าน
พรุ่งนี้เราจะเป็นเจ้าของกิจการแล้ว  เราจะมีร้านเป็นของตัวเองแล้ว
เช้าวันใหม่ที่น่าจะสดใสของเพื่อนจบลงที่ว่า
ทุกอย่างหายหมด  ประตูบ้านถูกงัด

 

 

ข่าว 3 ข่าวจากคนใกล้ตัวทำให้ฉันคิดว่า
อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ไม่รู้
แต่เราระมัดระวังหน่อยก็ดี

 

ยิ่งเป็นผู้หญิง  ส้นที่มันสูงน่ะ เก็บไปเถอะ 
ใส่ให้มันเตี้ยหน่อยก็ดี  เวลาหนีก็จะวิ่งได้สะดวก
หรือถ้าโจรมันมีปืน  แล้วเราไม่มีจะสู้มันได้เรอะ
ปังเดียว  เราก็ตายได้แล้ว

 

ช่วงนี้โจรเยอะค่ะ
แต่การที่โจรเยอะขึ้นทำให้บ่งบอกอะไรบางอย่างที่กำลังก่อตัวเงียบๆ

 

ที่เห็นชัดคือ  คนเราเป็นทุกข์กันเยอะขึ้นค่ะ  ทุกข์กันทั้งกายและใจเสียด้วย 
ความทุกข์ทางกายก็มาจากความต้องการขั้นพื้นฐาน 
คนทุกคนส่วนใหญ่ต้องดิ้นรนต่อสู้เพียงเพื่ออยู่รอดไปวันๆ
เด็กขาดอาหาร  ผู้ใหญ่ขาดสิ่งที่ตัวเองไม่มี 
อยากมีเหมือนคนอื่นเขา  บางครั้งเพียงเพื่อที่จะได้เข้ากลุ่ม
ยกตัวอย่างผู้ใหญ่ง่ายๆ ตอนฉันทำงานที่หนึ่ง 
มีเพื่อนที่ทำงานซื้อรองเท้าแตะคู่ละ 1800 มาเดิน
คนอื่นเห็นก็เออ  สวย  อยากได้  อยากมีเหมือนเพื่อนคนนั้นบ้าง  ชวนฉันไปซื้อ
ฉันเลยสวนกลับไปว่าที่บ้านไม่ได้ผลิตแบงค์ไว้ใช้เอง  1800 เป็นค่าข้าวได้หลายมื้อเลยล่ะ


ส่วนความทุกข์ที่ทางใจนั้นก็เพราะมีการเบียดเบียนข่มเหงน้ำใจกัน 
การแก่งแย่ง  การกดขี่  การเอารัดเอาเปรียบ  คำพูดเล็กๆ น้อยๆ ก็อาจทำให้คนอื่นคิดได้
อย่างการรับประทานอาหาร  เขาอุตส่าห์เอามาให้ลองทาน  การทานไปบ่นไป 
ว่ามันไม่อร่อย  เปรี้ยวโคตร  เค็มเกิน  แต่ไม่ปฏิบัติให้เขาดูว่าต้องทำอย่างไรถึงจะอร่อย 
คนที่ทำหรือฟังบางครั้งมันเสียความรู้สึกค่ะ  เอ.. หรือว่าต้องใช้ซอสบ้าบอนั่นเหรอคะถึงจะอร่อย ... 
(วางขายเมื่อไหร่  ตายเมื่อนั้น ฟันธง)


กลับมาหาสาเหตุของทุกข์ดีกว่าค่ะ 
ทุกข์ 2 ทุกข์ที่ว่ามานั้น  ถ้าถามถึงสาเหตุคนส่วนใหญ่ก็จะบอกว่ามาจากการโกรธ  โลภ  หลง 
แต่ถ้าวิเคราะห์ให้ไกลกว่านั้นจะพบว่า เป็นเพราะตัวคนที่อยู่ในโลกมีประสาทสัมผัสทั้ง 5
ตัวเรามีการรับรู้อยู่ตลอดเวลา  ยิ่งในสภาพสังคมในปัจจุบันมีตัวกระตุ้นมากมายรายล้อม 
และด้วยสภาพโครงสร้างของระบบประชาธิปไตยและทุนนิยมที่เป็นสังคมเปิดโอกาสให้มีการแข่งขัน
ส่วนนี้ทำให้คนรวยรวยขึ้น  คนจนจนลง  มีการแสวงหาผลประโยชน์และอำนาจกันทุกวิถีทาง
จนคนเราลืมไปว่า  "ตายไปก็ไม่มีอะไรติดตัวไปด้วย"

ลูก  หลาน  เหลน  โหลนได้ไป  -- นี่ก็จะเป็นข้ออ้างที่จะบอกว่าสร้างให้ลูกให้หลาน
(จริงๆ คือตัวเองเสพจนตายไปแล้ว)
ลูกหลานบางคนเจอกรรมพันธ์ส่วนนี้เข้าไป  ชีวิตตรงนี้ก็กลายเป็นทฤษฎีลูปค่ะ
(ง่ายๆ สั้นๆ ทฤษฎีลูป ก็คือ การทำงานแล้วหมุนวนกลับมาที่เดิมนั่นเอง)

 

---------------------------------//---------------------------------

--- เนื้อที่โฆษณา ----

แว่วๆ มาว่ากลางปีจะมีนิยายวิทยาศาสตร์ออกเล่มหนึ่ง  ชื่ออะไรยังไม่รู้  คอยซื้อด้วย ฮ่าๆ 

---------------------------------//---------------------------------

 


และเมื่อคนเรามีการทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มา  ความฟุ่มเฟือยจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็น 
ที่เล่าๆ มา ฉันคาดว่า  มันคงเป็นที่มาของคำว่า  - คนป่วย  สังคมก็ป่วย -

 


จำได้ว่าเคยคุยกับ น้องบัน    เรื่องสังคมดีไม่ดี  ตอนไปทานหมูกะทะกระชับมิตร 
เอาความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆ  บอกน้องไป   มันอยู่กับสำนึกในหน้าที่และการกระทำของคนค่ะ
ใครที่อยากเห็นสังคมดี  แต่แม้กระทั่งตั๋วรถเมล์ในมือยังทิ้งลงในถังขยะไม่ได้ 
แล้วคุณจะหวังอะไรจากคนอื่น

 


อยากจะเห็นอะไรดีๆ  เริ่มที่ตัวคุณทำดีก่อนดีไหม

 

 


เพราะมันเป็นเรื่องใกล้ตัวหรือเปล่าเราจึงมองอะไรๆ ไม่เห็น

 

 

 

 

หมายเหตุ 

ไม่ค่อยแวะบล้อกไหนค่ะช่วงนี้อ่านหนังสือสอบ

และเพราะหนังสือนี่เองเลยมีเรื่องให้เขียน

ไว้วันไหนอู้นานๆ ขี้เกียจนานๆ จะแวะไปอ่านและทักทายเน้อ

ช่วงนี้ไฟอ่านกำลังแรงอยู่ ^^

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

big smile อ่านเยอะนะ จะได้สอบติดสมใจ

#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-04-09 21:03

ผมว่าคนเราน่าจะหาความสุขแบบพอดีๆ
และไม่ทำให้ตัวเองและคนอื่นเดือดร้อนก็น่าจะพอแล้ว

ผมเชื่อว่าความสุขของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น โลกก็คงสมดุลได้เหมือนเดิม

หากแต่ความสุขที่เกินพอดีอาจกลายเป็นทุกข์ ไม่เฉพาะแก่ตัวเอง ยังทำให้ผู้อื่นที่ไม่ได้ความสุขนั้นก่อความเดือดร้อน เหมือนในข่าวที่คุณบอกมา

#2 By คนธรรมดา on 2008-04-09 21:04

...."ทำดีได้ดี"
ไม่ชอบคำนี้เลย....
เหมือนโฆษณาชวนเชื่อการทำดี
ความสุขทั้งหมดอยู่ที่ใจ....ไม่ต่างจากความทุกข์
หัดยับยั้ง....หัดประมาณ....หัดหยุด....น่าจะดี
(แต่ไม่เคยทำได้สักที)
'block cool!'

#3 By BOB_SPOKESMAN OF BROKU on 2008-04-09 21:07

อ่านข่าวทุกวันนี้แล้วเหนื่อยangry smile

#4 By wesong on 2008-04-09 21:46

อ่านเยอะเลย เสิร์จอ่านในเน็ตด้วย จะได้อัพเดทข้อมูล หวังอย่างเดีบว อย่าเป็นข้อสอบปรนัยก็แล้วกัน sad smileสอบได้ก็จะไปรับใช้ชาติล่ะพี่ตุ้มเป๊ะ cry

entry นี้ไม่ได้หวังให้คนทำดีกันเยอะๆ หรอกค่ะ ก็แค่ทำอะไรก็ได้ที่เบียดเบียนคนอื่นน้อยๆ หน่อย เท่านั้นเอง big smile

ยุคสมัยนี้อยู่อย่างพอเพียงเป็นดีที่สุด มีน้อยใช้น้อย ใช้สอยประหยัด
ชีวิตมันสั้น ต้องระวังตัว จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้เนอะ
55+ สาวๆ ส้นสูงมาอ่านคงค้อนกันควับๆ แน่เลย
จริงๆ แล้วต้องเตือนๆ สาวๆ ส้นสูง
ให้พยามคุมสติ สตัง ถ้ามีเหตุการณ์ ฉุกเฉิน จริงๆ
ว่าจริงๆ แล้ว... ส้นแหลมๆ ที่พวกเธอใส่ มีประโยชน์

ถ้าจอโจรเข้ามาประชิดตัว...

1.กระแทกโจรด้วยส้นสูง(ส่วนไหนของร่างกายก็ได้)
2.ถอดรองเท้า(ถ้าทำได้)แล้วจะฟาดกะโหลกซะเลย

ถ้าจอโจรหนีไปไกล...

1.ถอดรองเท้า เล็ง กะน้ำหนักมือให้เหมาะ...เขวี้ยง!!
2.ถอดรองเท้า วิ่ง ไปหาคนช่วย(อย่าดันทุรังวิ่งตาม :P)




question

#7 By E un 3 on 2008-04-10 03:21

ต้องอยู่อย่างพอเพียงและประหยัดๆก็มีความสุขได้หนิ

#8 By nonworld on 2008-04-10 11:03

Hot!
สำหรับ 'สาเหตุของทุกข'

สู้ๆ
อ่านต่อไป
big smile big smile

#9 By |:| ShaKo |:| on 2008-04-10 12:26

...ทุกข์แท้จริงอยู่ที่ใจ...
...สุขแท้จริงอยู่ที่ใจ...

แสวงหาในที่ไกล แล้วเมื่อไหร่จะเข้าใจ สุข-ทุกข์

...ไว้หลังสอบแล้วไปหาอะไรกินกันอีกมั๊ยฮับ?

#10 By DDP on 2008-04-10 14:52

เห้ออออ ช่ำครับ....

#11 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-04-10 20:01

Hot!
ถูกเผง

ขอให้สอบได้ๆนะคะ
สอบอะไรหนู
สังคมแย่ลง

แต่เราก็ทำให้มันน่าอยู่ได้ ช่วยกันเตือนคนใกล้ด้วยด้วยนะ

#14 By >t-O.y: on 2008-04-13 11:20

อ่านแล้วได้ข้อคิดมากมายเลยครับ คุณเขียนได้ดีมาก น่าจะเป็นนักเขียนออกหนังสือกับเขาบ้างนะครับdouble wink

#15 By Ripley on 2008-04-16 16:42