เรื่องใกล้ตัวที่มองไม่เห็น
posted on 09 Apr 2008 20:36 by rome in Write
คืนไหนสักคืนแถวถนนรัชดา
มีอาเจ๊คนหนึ่งไปหาเพื่อนที่โรงแรมเพื่อพบปะสังสรรค์และรับประทานอาหารแถวรัชดา
เจ๊แกเป็นคนที่ชอบแต่งตัว กระโปรงจะพริ้วๆ สวมส้นสูงสัก 3 นิ้ว ถือกระเป๋าเดินเฉิดฉาย
หลังจากคุยกันสัพเพเหระเสร็จ เจ๊แกก็เดินมาที่รถ จังหวะที่จะเปิดประตูรถ
จู่ๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งวิ่งมาจากไหนไม่ทราบ เข้ามากระชากกระเป๋าสะพาย
อารามเจ๊แกตกใจและฉันคาดว่าแกคงเสียดายกระเป๋า แกจึงกระชากกลับกระทันหัน
เจ้าโจรคงตกใจไม่คิดว่าเจ๊แกจะสู้ แถมเห็นคนวิ่งมา เลยผลักอกเจ๊แล้ววิ่งหนีไป
และด้วยแรงกระชากของเจ๊ประกอบกับแรงผลักจากโจร
อีกทั้งรากฐานที่สวมส้นสูง 3 นิ้วนั้น เป็นผลทำให้เจ๊สะดุดซีเมนต์ล้มลง หัวฟาดพื้น
หลับไม่ได้สติสามวัน
และวันนี้ก็ได้หมดลมหายใจไปเสียแล้ว
คืนไหนสักคืนถนนพระราม 2 ซอยพุทธบูชา
ป้าของเพื่อนกลับจากที่ทำงาน นั่งมอเตอร์ไซต์รับจ้างเข้าบ้าน
พอลงจากรถ มีมอเตอร์ไซต์คันหนึ่งพุ่งเข้ามา
มือของคนซ้อยท้ายได้คว้าสร้อยคอทองคำจากคอหายไปพริบตาเดียว
ป้ายืนอึ้งที่หน้าบ้านของตัวเอง
คืนไหนสักคืนถนนกิ่งแก้ว
เพื่อนฉันปิดบ้านล็อกประตูเรียบร้อย
ก่อนจะมองคอมพิวเตอร์ 8 ตัว เก้าอี้ โต๊ะ สิ่งของในร้าน
พรุ่งนี้เราจะเป็นเจ้าของกิจการแล้ว เราจะมีร้านเป็นของตัวเองแล้ว
เช้าวันใหม่ที่น่าจะสดใสของเพื่อนจบลงที่ว่า
ทุกอย่างหายหมด ประตูบ้านถูกงัด
ข่าว 3 ข่าวจากคนใกล้ตัวทำให้ฉันคิดว่า
อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ไม่รู้
แต่เราระมัดระวังหน่อยก็ดี
ยิ่งเป็นผู้หญิง ส้นที่มันสูงน่ะ เก็บไปเถอะ
ใส่ให้มันเตี้ยหน่อยก็ดี เวลาหนีก็จะวิ่งได้สะดวก
หรือถ้าโจรมันมีปืน แล้วเราไม่มีจะสู้มันได้เรอะ
ปังเดียว เราก็ตายได้แล้ว
ช่วงนี้โจรเยอะค่ะ
แต่การที่โจรเยอะขึ้นทำให้บ่งบอกอะไรบางอย่างที่กำลังก่อตัวเงียบๆ
ที่เห็นชัดคือ คนเราเป็นทุกข์กันเยอะขึ้นค่ะ ทุกข์กันทั้งกายและใจเสียด้วย
ความทุกข์ทางกายก็มาจากความต้องการขั้นพื้นฐาน
คนทุกคนส่วนใหญ่ต้องดิ้นรนต่อสู้เพียงเพื่ออยู่รอดไปวันๆ
เด็กขาดอาหาร ผู้ใหญ่ขาดสิ่งที่ตัวเองไม่มี
อยากมีเหมือนคนอื่นเขา บางครั้งเพียงเพื่อที่จะได้เข้ากลุ่ม
ยกตัวอย่างผู้ใหญ่ง่ายๆ ตอนฉันทำงานที่หนึ่ง
มีเพื่อนที่ทำงานซื้อรองเท้าแตะคู่ละ 1800 มาเดิน
คนอื่นเห็นก็เออ สวย อยากได้ อยากมีเหมือนเพื่อนคนนั้นบ้าง ชวนฉันไปซื้อ
ฉันเลยสวนกลับไปว่าที่บ้านไม่ได้ผลิตแบงค์ไว้ใช้เอง 1800 เป็นค่าข้าวได้หลายมื้อเลยล่ะ
ส่วนความทุกข์ที่ทางใจนั้นก็เพราะมีการเบียดเบียนข่มเหงน้ำใจกัน
การแก่งแย่ง การกดขี่ การเอารัดเอาเปรียบ คำพูดเล็กๆ น้อยๆ ก็อาจทำให้คนอื่นคิดได้
อย่างการรับประทานอาหาร เขาอุตส่าห์เอามาให้ลองทาน การทานไปบ่นไป
ว่ามันไม่อร่อย เปรี้ยวโคตร เค็มเกิน แต่ไม่ปฏิบัติให้เขาดูว่าต้องทำอย่างไรถึงจะอร่อย
คนที่ทำหรือฟังบางครั้งมันเสียความรู้สึกค่ะ เอ.. หรือว่าต้องใช้ซอสบ้าบอนั่นเหรอคะถึงจะอร่อย ...
(วางขายเมื่อไหร่ ตายเมื่อนั้น ฟันธง)
กลับมาหาสาเหตุของทุกข์ดีกว่าค่ะ
ทุกข์ 2 ทุกข์ที่ว่ามานั้น ถ้าถามถึงสาเหตุคนส่วนใหญ่ก็จะบอกว่ามาจากการโกรธ โลภ หลง
แต่ถ้าวิเคราะห์ให้ไกลกว่านั้นจะพบว่า เป็นเพราะตัวคนที่อยู่ในโลกมีประสาทสัมผัสทั้ง 5
ตัวเรามีการรับรู้อยู่ตลอดเวลา ยิ่งในสภาพสังคมในปัจจุบันมีตัวกระตุ้นมากมายรายล้อม
และด้วยสภาพโครงสร้างของระบบประชาธิปไตยและทุนนิยมที่เป็นสังคมเปิดโอกาสให้มีการแข่งขัน
ส่วนนี้ทำให้คนรวยรวยขึ้น คนจนจนลง มีการแสวงหาผลประโยชน์และอำนาจกันทุกวิถีทาง
จนคนเราลืมไปว่า "ตายไปก็ไม่มีอะไรติดตัวไปด้วย"
ลูก หลาน เหลน โหลนได้ไป -- นี่ก็จะเป็นข้ออ้างที่จะบอกว่าสร้างให้ลูกให้หลาน
(จริงๆ คือตัวเองเสพจนตายไปแล้ว)
ลูกหลานบางคนเจอกรรมพันธ์ส่วนนี้เข้าไป ชีวิตตรงนี้ก็กลายเป็นทฤษฎีลูปค่ะ
(ง่ายๆ สั้นๆ ทฤษฎีลูป ก็คือ การทำงานแล้วหมุนวนกลับมาที่เดิมนั่นเอง)
---------------------------------//---------------------------------
--- เนื้อที่โฆษณา ----
แว่วๆ มาว่ากลางปีจะมีนิยายวิทยาศาสตร์ออกเล่มหนึ่ง ชื่ออะไรยังไม่รู้ คอยซื้อด้วย ฮ่าๆ
---------------------------------//---------------------------------
และเมื่อคนเรามีการทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มา ความฟุ่มเฟือยจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็น
ที่เล่าๆ มา ฉันคาดว่า มันคงเป็นที่มาของคำว่า - คนป่วย สังคมก็ป่วย -
จำได้ว่าเคยคุยกับ น้องบัน เรื่องสังคมดีไม่ดี ตอนไปทานหมูกะทะกระชับมิตร
เอาความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆ บอกน้องไป มันอยู่กับสำนึกในหน้าที่และการกระทำของคนค่ะ
ใครที่อยากเห็นสังคมดี แต่แม้กระทั่งตั๋วรถเมล์ในมือยังทิ้งลงในถังขยะไม่ได้
แล้วคุณจะหวังอะไรจากคนอื่น
อยากจะเห็นอะไรดีๆ เริ่มที่ตัวคุณทำดีก่อนดีไหม
เพราะมันเป็นเรื่องใกล้ตัวหรือเปล่าเราจึงมองอะไรๆ ไม่เห็น
หมายเหตุ
ไม่ค่อยแวะบล้อกไหนค่ะช่วงนี้อ่านหนังสือสอบ
และเพราะหนังสือนี่เองเลยมีเรื่องให้เขียน
ไว้วันไหนอู้นานๆ ขี้เกียจนานๆ จะแวะไปอ่านและทักทายเน้อ
ช่วงนี้ไฟอ่านกำลังแรงอยู่ ^^
สอบได้ก็จะไปรับใช้ชาติล่ะพี่ตุ้มเป๊ะ
#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-04-09 21:03