เมื่ออาทิตย์กว่าๆ ได้มีพี่คนหนึ่งที่เขียนนิยายส่ง sms มาบอกว่า
" หนังสือที่เขียนวางขายแล้วจ๊ะ "
ฉันก็ไปซื้อมาเรียบร้อยแล้ว   สาเหตุที่ซื้อสาเหตุใหญ่เป็นเพราะรู้จัก
มีน้องคนหนึ่งได้รับข้อความเดียวกัน  น้องเค้าโทรมาถามฉันว่าซื้อหรือยัง 
ถ้าซื้อแล้วขอยืมอ่านหน่อย  หนังสือเดี๋ยวนี้แพง  เสียดายเงิน

 

และเนื่องจากปริมาณ "งาน" ที่ต้องปฏิบัติช่วงนี้ลดน้อยถอยลง
(แต่คนอ่านไม่ต้องเป็นห่วงเพราะเงินข้าน้อยยังได้รับเท่าเดิมทุกเดือน)
จึงทำให้มีเวลาว่างและโค-ตะ-ระ  ว่างมากขึ้น  เลยชะแว้บเข้าร้านหนังสือ
และเอาหนังสือเก่าๆ ที่มีไปสังเวยเพื่อนเพื่อแลกกับหนังแผ่น VCD ทั้งหลาย

 

การชะแว้บเข้าร้านทำให้ค้นพบว่าคนซื้อน้อยกว่าคนอ่าน 
และคนเข้าร้านเพื่ออ่านฟรีเยอะมากขึ้น
(อันหลังนี้ฉันก็เป็นแต่ก็ซื้อบ้างเอาเฉพาะที่สนใจจริงๆ)
ครั้นไปหาเพื่อน ก็คุยกับเพื่อนเรื่องนี้
เพื่อนบอกว่า เออ  หนังสือแพงขึ้น  ตอนนี้รู้สึกเป็นปรปักษ์กับราคาของหนังสือแล้ว
แต่ก่อนเพื่อนคนนี้จัดว่าเป็นหนอนหนังสือตัวยง 
ประเภทที่ว่าถามอะไรมาตอบได้(เกือบ)หมด
แถมพอมีกำลังที่จะซื้อทีละเยอะๆ แถมซื้อตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป 
ซื้อ(เกือบ)ทุกวัน วันละ 200-500 บาท เป็นสมาชิกเพื่อรับส่วนลดตามร้านนั่นก็ไม่เคยทำ
กลัวแต่ว่านักเขียนจะไม่ได้รับเงินเต็มจำนวน ...   ว่าไปนั่น จริงหรือเปล่าไม่ทราบ
(แต่ฉันว่ามันขี้เกียจพกบัตรมากกว่าเพราะสาเหตุที่ฉันไม่สมัครก็เนื่องมาจากไม่ชอบพกกระเป๋าเงินนั่นแล)

 

ตอนนี้เพื่อนค่อยๆ ลดปริมาณการซื้อลงหันมาเสพหนังเก่าแทน
(ราคาหนังเก่าๆ ไม่แพงเท่าราคาของหนังสือเก่านะคะ)
เพื่อนบอกว่าหนังสือบางเล่มดูแล้วราคาไม่น่าจะแพง
ยิ่งหนังสือเล่มบางๆ มีไม่ถึง 100 หน้า ราคาก็ปาเข้าไป 120-150 บาท
ถ้ามองในแง่ของผู้ผลิต  คงจะบอกว่าเป็นเพราะต้นทุนสูง
มีค่านู่น ค่านี่บานตะไท เพราะฉะนั้นขอกำไรนิดๆ หน่อยๆ

 

แต่ถ้ามองในด้านคนอ่านหรือผู้ซื้อหรือผู้บริโภคอย่างฉัน 
ฉันจะสนับสนุนเพื่อน บางเล่มมันแพงเกินไปจริงๆ
โดยเฉพาะนักเขียนที่มีชื่อ  ชื่อใครคุ้นหู  ติดตลาด และ.....
(เหตุผลหลังขอไม่เขียนถึง ...เหอเหอ)  ก็มักจะขายดีเป็นพิเศษ
ฉันขอเรียกว่ามันเป็น -แบรนด์เนม-
อันเป็นผลให้หนังสือทางวิชาการ  ประวัติศาสตร์  หนังสือปรัชญา 
และหนังสือทั่วไปขายได้น้อย   สุดท้ายก็มานอนอยู่ในกะบะเลหลัง
ขายจากเล่มละ 250 เหลือเล่มละ 60 บาทอย่างนี้ 

 

อ่านเจอที่ไหนไม่รู้  เขาเขียนไว้ว่าไปญี่ปุ่นมา 
เจอคนญี่ปุ่นพกและอ่านหนังสือตลอดเวลาถ้าว่าง 
มุมไหนๆ ของญี่ปุ่นก็จะมีร้านหนังสือ  ปริมาณคนเข้าร้านหนังสือก็เยอะ
คนไทยนี่อ่านน้อย  ไม่ค่อยซื้อ  แถมมาบ่นว่าหนังสือราคาแพงไปนู่น

 

ถึงตรงนี้อารมณ์ที่เคยชอบนักเขียนคนนี้หายไปไหนหมดไม่รู้

 

ความเห็นส่วนตัวฉันเชื่อว่าการที่คนอย่างฉันบ่นถึงหนังสือแพง
อาจเป็นเพราะมูลค่าของ -เงิน- หรือ -ค่าครองชีพ-
คนญี่ปุ่นเงินเดือนสูงนะคะ  ถึงจะไม่เคยไปถึงญี่ปุ่น 
แต่การที่ทุกวันนี้ปริมาณเงินที่ได้รับจากบริษัทที่ทำในปัจจุบัน
ค่อนข้างสูงสำหรับงานที่ได้รับผิดชอบ
อีกทั้งพี่ที่ออฟฟิชเดินทางไปดูงานที่ญี่ปุ่นบ่อยๆ มาบอกประจำ 
และราคาสินค้าของบริษัทที่จัดจำหน่ายในเมืองไทย

สินค้าที่บริษัทฉันถ้าอยู่ในญี่ปุ่นราคามันจะอยู่ประมาณ 800 บาท
ราคา 800 บาทสำหรับคนญี่ปุ่นที่ทำงานแปลเป็นไทยเดือนละ 50,000 บาท
เค้าก็่ว่าถูก สามารถซื้อหาได้
กลับกันเมื่อมาอยู่ที่ประเทศไทย สินค้าตัวนี้ ราคา 400 กว่าบาท คนไทยกลับหาว่าสูง 
ที่ว่าสูงก็คงเป็นเพราะฐานเงินเดือนแต่ละเดือนของผู้บริโภคส่วนใหญ่ของคนไทยอยู่ที่ 8,000 - 15,000 บาท

 


ฉันคาดเดาเอาเองว่าการที่คนเราบ่นเรื่องหนังสือแพง
ก็คงจะมาจากค่าเงินที่ได้รับ(อย่างที่บอก) กับราคาสินค้า เป็นอันดับแรก 
การซื้อหนังสือเล่มหนึ่งในประเทศเขากับเรามันต่างกัน  ทำไมต้องเปรียบเทียบ?

 

ยิ่งปัจจุบันคนไทยเป็น หนี้ กันเยอะ ไอ้เงินเดือน 8,000 - 15,000 ที่ได้รับ
เมื่อหักลบกลบหนี้และค่าใช้จ่ายประจำวันออกไปแล้วจะเหลือเท่าไหร่เชียว
ของก็แพงขึ้นทุกวันๆ ไอ้ครั้นจะซื้ออาหารทานยังคิดแล้วคิดอีก
เรื่องอาหารสมองน่ะรึ.... ลืมไปเหอะ

 

บางคนสงสัยว่าก็เห็นหนังสือขายได้นะ แถมพิมพ์ซ้ำหลายรอบเชียว
แสดงว่าคนซื้อเยอะ  ทั้งๆ ที่ราคาค่อนข้างสูง
อันนี้ฉันขอบอกเหมือนบรรทัดที่ 31 ค่ะ

 

 

 

 

 

ปล. ได้เข้าเน็ต 2 ชม. แถมอัตราความเร็ววิ่งช้าชะมัดเลย

 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อู๋ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องที่คิดว่ามันแพงอ่ะค่ะ
เพราะชอบซื้อหนังสือเก่าๆ แบบที่ถูกสุดๆ
จากสองสามร้อยเหลือ50ไรเงี้ย
.
.
กระดาษมันจะเหลืองๆคลาสิกดี + กลิ่นตุๆเก่าๆด้วย ยิ่งชอบใหญ่

แหะๆ
ช่วงนี้สนุกกับการดูหนังและอ่านนิตยสารเล่มหนึ่งค่ะ เลยไม่ค่อยเข้ามาเท่าไหร่ big smile

เรื่องราคาหนังสือ คนที่ซื้อเล่มใหม่ๆ ตามร้านอย่างฉันก็นะ ขอบ่นบ้างเป็นธรรมดา ไม่รู้การทำ สนพ. กำไรเยอะหรือน้อย entry นี้ ก็ถือเป็นการบ่นของคนอ่านก็แล้วกันค่ะ

ในนี้หมายถึง -หนังสือ- อย่างเดียวนะคะ ไม่ใช่นิตยสาร เพราะถ้าเป็นนิตยสารฉันคาดว่ารายได้ส่วนใหญ่น่าจะมาจากหน้าโฆษณานะคะ หาใช่ที่ราคาหนังสือไม่ นิตยสารบางเล่มปิดตัวไปเพราะไม่มีโฆษณาก็มีเยอะ

เสียดาย
ตรงๆ แพง แต่ซื้อเพราะใจรักและอยากได้เก็บ สรุปซื้อด้วยใจ 555++

ว่าแต่ไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอบรรทัดที่ 31 sad smile

#3 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-03-14 21:40

จะเทียบว่าราคาแพงหรือไม่แพง เค้าก็เทียบกับค่าครองชีพนั่นแหละค่ะ ถึงจะเป็นมาตรฐาน ถ้าเทียบโดยใช้ความรู้สึกของคนเป็นที่ตั้ง มันก็ไม่สามารถจัดจำแนกอะไรได้สิคะ เพราะคนจน ให้ราคาสิบบาทมันก็ยังอาจจะแพง คนรวย ราคาซักห้าพันก็ยังอาจจะถูกก็ไ้ด้

หนังสือสมัยนี้แพงจริง อาจเพราะต้นทุนบางอย่างที่ไม่จำเป็นด้วย เคยสงสัยว่าทำไมต้องใช้กระดา๋ษถนอมสายตาราคาแพง ๆ ทั้ง ๆ ที่หนังสือนั่นก็ไม่ได้เป็นประเภทที่น่าเก็บสะสมสักหน่อยเลย

#4 By Jenova on 2008-03-14 21:41

ถ้าหนังสือเล่มไหนไม่สูงมาก ฉันก็ซื้อในยามปกติ
แต่ถ้าแพงหน่อย ฉันก็ค่อยรอไปซื้อช่วงบุ๊คแฟร์
พอถึงช่วงนั้นทีไร ฉันถึงได้หมดตัวทุกที

ฉันสงสัยว่าถ้าคนอ่านหนังสือกันเยอะขึ้น จะทำให้ต้นทุนลดลงและหนังสือราคาถูกลงหรือเปล่า

แพงจริงๆคะ
ไหนจะค่าลิขสิทธิ์
เล่มไหนที่ไม่มีแปลแล้วเราอยากได้ก็ต้องทนซื้อเอา
ถ้านำเข้าคิดภาษี
กรีดดดดดดดดดดดดดดดดดด
เท่าตัว ขอทีเห้ออออออออ น่จะมีพิเศษเรื่องหนังสือมั่ง

#6 By Adrias on 2008-03-14 21:45

ใครมีอะไรดีๆก็แลกกันยืม เป็นการประหยัดไปในตัว
สร้างความสัมพันธ์ในหมู่เพื่อน

แต่หนังสือสมัยนี้มันแพงจริงๆ อย่างที่ว่านั่นแหละครับ
ถ้าชอบก็ไม่แพงopen-mounthed smile

#8 By wesong on 2008-03-14 22:45

ผมก็ว่าแพงไปครับ สำหรับค่าครองชีพคนไทย
แต่ถ้ามองในมุมของคนเขียน ก็เป็นอาชีพที่ไม่มีรายได้ประจำ น่าเห็นใจเหมือนกันนะ ผมว่าส่วนหนึ่งสำนักพิมพ์ชอบทำหนังสือสวยเกินความจำเป็น กระดาษก็อย่างดี หนา ขาว ถนอมสายตา แต่หารู้ไม่ว่ามันทำให้หนังสือมีน้ำหนักมากเกินไป บางเล่มก็เสร่อทำเป็นปกแข็ง ให้หนักมากขึ้นไปอีก และทำให้ต้นทุนสูงขึ้นด้วย หนังสืดีๆ บางเล่มใช้กระดาษบรู๊ฟบางหน่อย ก็ไม่ได้ทำให้คุณค่าของหนังสือลดลงไปหรอกนะ ผมว่า

#9 By Brawatcher on 2008-03-15 10:34

ถึงต้องมี Book Fair เป็นสรณะไงครับ

#10 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-03-15 14:52

ผมก็คิดว่าแพงขึ้นมากครับโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับราคาในสมัยก่อน
จะซื้ออะไรแต่ละเล่มมักต้องพลิกแล้วพลิกอีกเพื่อให้แน่ใจว่าซื้อไปแล้ว
จะคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปครับ

#11 By Ripley on 2008-03-26 12:22